ปรับขึ้นค่ากำเหน็ดทอง 800 สมาคมค้าทองคำ เผยเหตุผล เริ่มตั้งแต่ 1 มี.ค.นี้ จากเดิม 500 บาทต่อบาททองคำ ที่ประกาศใช้มาตั้งแต่ พ.ค.2559
วันที่ 21 ก.พ.2568 นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2568 เป็นต้นไป สมาคมค้าทองคำจะปรับขึ้นราคากลางค่ากำเหน็จทองรูปพรรณ จากเดิม 500 บาทต่อบาททองคำ ที่ประกาศใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 เป็น 800 บาทต่อบาททองคำ หลังไม่ได้ปรับมาเป็นระยะเวลาร่วม 10 ปี เพื่อให้เหมาะสมกับต้นทุนของการประกอบธุรกิจค้าทองคำในปัจจุบันที่ปรับตัวสูงขึ้น เช่น ค่าแรง เป็นต้น
“การปรับขึ้นค่ากำเหน็จในครั้งนี้ ยังต่ำกว่าที่ซื้อขายในตลาดซึ่งค่ากำเหน็จอยู่ที่ 1,200 บาทต่อบาททองคำ จึงไม่กระทบต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาด เป็นเรื่องเกี่ยวกับปรับฐานภาษีจากที่ต้นทุนสูงขึ้น ลดปัญหาการขายขาดทุน เพราะจากการที่ราคาทองปรับตัวสูงขึ้นมากกกว่า 40,000 บาทต่อบาททองคำ ทำให้กำลังซื้อของประชานลดลงประมาณ 20-30% และให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง”นายจิตติกล่าว
นายจิตติกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในปี 2568 นี้ คาดว่าจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก และนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ปรับเปลี่ยนรายวัน ทำให้เศรษฐกิจโลกปั่นป่วน
โดยคาดว่ามีโอกาศที่ราคาทองคำจะแตะในระดับ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 นี้ และในไตรมาส 3 เป็นต้นไป ก็มีโอกาสจะแตะระดับ 3,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์หรือคิดเป็นราคาทองคำในประเทศที่ 50,000 บาทต่อบาททองคำได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น เศรษฐกิโลก ค่าเงินบาทจะอ่อนค่ามากน้อยแค่ไหน
“ในช่วงนี้ราคาทองคำในไทย ยังค่อนข้างผันผวน ขึ้นๆลงๆ เพื่อรอการปรับฐาน จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่จะซื้อลงทุนระยะยาว เพราะราคาค่อนข้างถูก และทองคำถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยสำหรับการลงทุนในช่วงนี้”นายจิตติกล่าว