หกรรมส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก “Internationale Tourismus Borse” หรือ “ITB Berlin” เป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากทั่วโลก อาทิ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติจากประเทศต่างๆ สายการบิน โรงแรม บริษัททัวร์ ฯลฯ นำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว มาพบปะเจรจากับผู้ประกอบการนำเที่ยว ในแต่ละปีมีกว่า 180 ประเทศ จากทั่วโลกเข้าร่วมงาน

“ITB Berlin 2025” จัดขึ้นระหว่าง 4-6 มีนาคม 2568 ณ เบอร์ลิน เอ็กซ์โป เซ็นเตอร์ ซิตี้ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำคณะผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เข้าร่วม พร้อมกับเปิดงาน Amazing Thailand Networking Event ที่อาคาร City Cube Berlin เพื่อนำเสนอศักยภาพประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก

นางสาวแพทองธารกล่าวถึงนโยบายรัฐบาลที่ขับเคลื่อนประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก (World-Class Destination) พร้อมทั้งประกาศปี “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025” เป็นครั้งแรกในต่างประเทศ มีการนำเสนอการท่องเที่ยวไทยผ่านซอฟต์เพาเวอร์ หรือจุดแข็งของภูมิปัญญาท้องถิ่นและเอกลักษณ์ที่โดดเด่น โดยเตรียมจัดกิจกรรมและอีเวนต์ใหญ่ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ 39 ล้านคน สร้างรายได้ 3.5 ล้านล้านบาท

“รัฐบาลอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้นักท่องเที่ยวด้วยมาตรการต่างๆ อาทิ ยกเว้นวีซ่าให้กับผู้เดินทางจาก 93 ประเทศทั่วโลก ระบบ ตม.6 ออนไลน์ที่กำลังจะใช้เร็วๆ นี้ รวมถึงนโยบายการเป็นศูนย์กลางทางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) ยกระดับบริการขนส่งสาธารณะและระบบรางเพื่อเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ”

นางสาวแพทองธารยังย้ำถึงการผลักดันให้ไทยเป็น Wellness and Medical Hub เพื่อดึงดูดการลงทุนและขยายการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ร่วมมือกับเอกชนและชุมชนท้องถิ่นเพื่อปรับโฉมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สนับสนุนมาตรฐานความยั่งยืนในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ และประกาศความพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดงาน the Global Sustainable Tourism Council Global Conference ที่จังหวัดภูเก็ตในปี 2569

เนรมิตพาวิลเลียนยักษ์ ขานรับไทยสู่ตลาดโลก

นางสาวแพทองธารได้เยี่ยมชมพาวิลเลียนของประเทศไทย ซึ่งมีความพิเศษกว่าทุกปี ใหญ่ถึงกว่า 3 เท่า จากเดิม 540 ตร.ม. เป็น 1,820 ตร.ม. เทียบเท่าขนาด 1 ฮอลล์ของงาน ITB Berlin สอดรับกับปีของ “Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025” และการขับเคลื่อนนโยบาย Ignite Tourism Thailand ผลักดันประเทศไทยสู่ตลาดโลก โดยมีผู้ประกอบการจาก 5 ภูมิภาคทั่วไทยทั้งเมืองท่องเที่ยวหลักและเมืองน่าเที่ยวภาคเอกชนไทยเข้าร่วมประมาณ 160 ราย

อีกความพิเศษเป็นการสร้างสรรค์พาวิลเลียนภายใต้แนวคิด “Sustainable Thailand Soft Power” นำเสนอความน่าสนใจของไทยในทุกมิติ เริ่มจากไฮไลต์ โซนเมืองน่าเที่ยว (Hidden Gem Cities) จัดสรรพื้นที่เจรจาธุรกิจของผู้ประกอบการธุรกิจจากเมืองน่าเที่ยว 18 จังหวัดจากทั่วประเทศ โดยผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวได้เข้าร่วมเวิร์คชอป Tourism Product Pitching นำเสนอสินค้าและบริการ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างโอกาสทางธุรกิจในตลาดสากล พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดท่องเที่ยวโดยตรง

นอกจากนี้ได้มีการนำเสนอของดีของเก๋ใน โซน SANEH THAI SHOWCASE, SUSTAINABILITY NOW อวดสินค้าอัตลักษณ์ประจำถิ่นอย่าง วาสนาเครื่องจักสานไม้ไผ่ เชียงใหม่, มีใจสตูดิโอจิวเวลรี จันทบุรี, กลุ่มผลิตภัณฑ์จากผ้าย้อมสีธรรมชาติ ได้แก่ สีห้อมจากแพร่คราฟต์ สีบัวแดงจากอุดรธานี, เครื่องประดับอย่างเครื่องเงินดอยซิลเวอร์ น่าน และเครื่องเงินสุโขทัย, เครื่องปั้นเบญจรงค์ สมุทรสงคราม, เซรามิคธนบดี ลำปาง, ลูกปัดโนราห์ สงขลา, เครื่องหอมจากกรุงเทพฯ ระยอง ปราจีนบุรี

และ “Thailand Green Destinations Map” นำเสนอสินค้าท่องเที่ยวไทยที่ได้รับมาตรฐานความยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและระดับโลก รวมทั้งนำเสนอโมเดลต้นแบบของการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในจังหวัดกระบี่ (Krabi : Sustainable Tourism Model)

อีกโซนที่ได้รับความสนใจ ก็คือ โซน SANEH THAI Café อวดเมนูเครื่องดื่มชา กาแฟ โกโก้ สินค้า GI จากแหล่งปลูกในภูมิภาคต่างๆ เสิร์ฟพร้อมอาหารว่างของไทยที่มีชื่อเสียง อาทิ ต้มยำกุ้ง ลาบไก่ ฯลฯ และจำลองเมนูของจิ๋วร้านมิชลิน 17 จังหวัดทั่วไทย จาก Michelin Guide 2025 นอกจากนี้ยังมี โซน Travel Tech ระบบนำร่อง TATAI ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประมวลผลผ่านตู้ 3D hologram ให้บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวผ่านการสนทนา

ในส่วนของพื้นที่เจรจาธุรกิจ มีทั้งผู้ประกอบการไทยและหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน ได้แก่ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด กรมการท่องเที่ยว องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา บมจ.ท่าอากาศยานไทย บมจ.การบินไทย บมจ.การบินกรุงเทพ และสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย

สำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวตลาดระยะไกล ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 23 กุมภาพันธ์ 2568 จำนวน 2.34 ล้านคน ประกอบด้วยนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรป 1.85 ล้านคน อเมริกา 3.1 แสนคน ตะวันออกกลาง 1.52 แสนคน และแอฟริกา 2.4 หมื่นคน โดยในปี 2568 นี้ ททท. ตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 10.6 ล้านคน แบ่งเป็น นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรป 7.7 ล้านคน อเมริกา 1.6 ล้านคน ตะวันออกกลาง 1.2 ล้านคน และแอฟริกา 1.5 แสนคน และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวรวม 869,200 ล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน