มิสเตอร์ดี.ไอ.วาย. อัดงบลงทุน 2,000 ล้าน ขยาย 200 สาขา มองตลาดไทยโตได้อีก 3 เท่า
นายแอนดี้ ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)ร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ ในราคาไม่แพง จากประเทศมาเลเซีย ภายใต้ มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. (MR.D.I.Y.) เปิดเผยว่าความคืบหน้าการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หลังจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้นับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ไปเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา
โดยบริษัทยังมีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย แต่ด้วยสถานการณ์ตลาดหุ้นในขณะนี้ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยแต่เกิดขึ้นทั่วโลก ที่ยังไม่เอื้อให้มีการระดมทุน ดังนั้นบริษัทอยู่ในช่วงเฝ้าดูอยู่ และหากมีความคืบหน้าเรื่อง IPO บริษัทจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ทั้งนี้จะไม่กระทบกับแผนขยายการลงทุนของบริษัท โดยในปี 2568 กลยุทธ์การดำเนินงานยังคงเดินหน้าแผนลงทุน 2,000 ล้านบาท เพื่อขยายอีก 200 สาขา ครอบคลุมทุกภาคทั่วประเทศของไทย โดย 90% จะเป็นสาขาสแตน อะโลน ข้อดีคือ สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ค่อนข้างดี การแข่งขันไม่สูง และมีความยืดหยุ่นสูงในการบริหารจัดการ
ขณะที่อีก 10% เป็นการขยายสาขาในศูนย์การค้า และโมเดิร์นเทรด พร้อมตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่น้อยกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปีที่ผ่านมาที่เติบโต 27.7% โดยปี 2567 มีรายได้สูงสุดนับตั้งแต่เปิดธุรกิจในไทยที่ 1.62 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ปัจจุบัน มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. มีสาขาทั้งหมด 932 สาขา ใน 77 จังหวัดของไทย โดย 643 สาขา หรือ ราว 69% เป็นสแตนอะโลน ขณะที่มีสินค้าจำหน่ายมากถึง 16,000 รายการ ใน 6 หมวดสินค้า โดย 45% เป็นสินค้าในแบรนด์มิสเตอร์ดี.ไอ.วาย.
ปีที่ผ่านมามีลูกค้าเข้าร้านราว 100 ล้านคน หรือเฉลี่ยคนไทยเข้าร้าน 1 ครั้งครึ่ง/ปี โดยอัตราเฉลี่ยลูกค้าที่มาใช้บริการต่อสาขาประมาณ 7.7 หมื่นคน เมื่อเทียบกับในมาเลเซียซึ่งปัจจุบันมี 1,400 สาขา อัตราลูกค้าเฉลี่ย 1.4 หมื่นคน/สาขา ทำให้มองว่าในไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อีก 3 เท่า โดยเฉพาะการเปิดสาขาในระดับบริษัทยังเติบโตในระดับหมู่บ้าน และอำเภอ เนื่องจากโมเดลร้านที่มีขนาดตั้งแต่ 400-2,000 ตร.ม.
นายแอนดี้กล่าวว่าสถานการณ์ปัจจุบันที่เศรษฐกิจไม่สู้ดี ทำให้ร้านค้าปลีกได้รับผลกระทบ แต่ส่งผลกระทบเชิงบวกกับมิสเตอร์ดี.ไอ.วาย. ซึ่งสินค้าตอบโจทย์กลุ่มรายได้ปานกลาง-รายได้น้อย ที่ยังคงจับจ่ายในร้านตามปกติ พร้อมกันนี้ก็เป็นโอกาสที่ทำให้กลุ่มรายได้สูงเริ่มหันมาจับจ่ายสินค้าในร้านมากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสท่ามกลางวิกฤติ
สำหรับกลยุทธ์การดำเนินงานในปีนี้ มุ่งเน้นการเพิ่มความคุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่ายของสินค้าประจำวัน เพื่อให้ใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่า โดยนอกจากจะนำเสนอสินค้าคุณภาพในราคาคุ้มค่าประมาณ 16,000 รายการ ครอบคลุม 6 แผนกหลัก คือ เครื่องใช้ในครัวเรือน, อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องเขียนและอุปกรณ์กีฬา, ของเล่น และอื่น ๆ โดยเน้นผู้ผลิตภายในประเทศกว่า 350 รายแล้ว
ปีนี้จะให้น้ำหนักกับกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า พลาสติก อาหารและกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นด้วย
อีกทั้งมีการสำรวจด้านราคา พบว่า 94% ของสินค้ามิสเตอร์ดี.ไอ.วาย. มีราคาถูกกว่าคู่แข่งเฉลี่ย 25% อีกทั้งกลยุทธ์การตลาดปีนี้ จะให้ความสำคัญกับการทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายรวม 50 แคมเปญตลอดปี ทั้งแคมเปญลดราคา แคมเปญตามเทศกาลสำคัญๆ เนื่องจากพฤติกรรมคนไทยให้ความสำคัญกับทุกเทศกาล ตลอดจนโปรโมชั่นสินค้าแลกซื้อ และแคมเปญชิงรางวัล