พิชัย หวั่นจีดีพีไทยร่วง 1 % เร่งออกมาตราการแก้เกินดุลการค้าสหรัฐ ลดภาษี-นำเข้าเพิ่ม

นาย พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศเก็บภาษีพื้นฐาน (Baseline tariff) ในอัตรา 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดที่เข้าสู่สหรัฐฯ และภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariff) กับอีกหลายสิบประเทศ ด้านประเทศไทยถูกเก็บถึง 36% ว่า เนื่องจากได้หารือกับ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แล้วเมื่อช่วงเช้า จึงได้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง กระทรวงการคลัง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กระทรวงพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาปัญหาที่แท้จริงว่าสหรัฐอเมริกาต้องการอะไร

“เรารู้ว่าวันนี้อเมริกาเสียเปรียบดุลการค้าคนทั่วโลก เนื่องจากนําเข้ามากกว่าส่งออก และไม่สามารถส่งออกประเทศคู่ค้าได้ ซึ่งประเทศไทยได้เปรียบดุลการค้าของสหรัฐฯ อยู่ที่ 40,000 กว่าล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.3-1.4 ล้านล้านบาท” นายพิชัย กล่าว

ขณะที่ประเทศไทยส่งออกอยู่ที่ 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้มียอดเกินดุลการค้า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่า 70% จึงทำให้ทางสหรัฐฯ ต้องการที่จะเพิ่มภาษีตอบโต้ เพื่อให้ประเทศคู่ค้าส่งออกน้อยลง และรับสินค้าจากสหรัฐฯ มากขึ้น

หากไทยจะลดการส่งออกไปสหรัฐ ซึ่งพื้นฐานสำคัญของประเทศคือการส่งออกต้องเข้มแข็ง ดังนั้นรัฐบาลจึงไม่มีการตอบโต้การประกาศขึ้นภาษีดังกล่าว แต่ในทางกลับกันไทยจะเป็นคู่ค้าที่ดีของสหรัฐต่อไป

โดยไทยจะใช้แนวทางเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐให้มากขึ้น ขณะเดียวกัน สินค้าที่นำเข้ามาก็ต้องนำมาผลิตเพื่อเพิ่มปริมาณการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ให้มากขึ้น เพื่อปรับสมดุลการค้าหรือทำให้ดุลการค้าที่ไทยได้จากสหรัฐลดลง

หากยกตัวอย่าง สินค้าที่ไทยจะนำเข้าจากสหรัฐฯ ให้มากขึ้นคือสินค้าเกษตร เช่น ข้าวโพด ที่ไทยผลิตไม่เพียงพอ ปลาทูน่า ที่ไทยเป็นผู้ผลิตปลาทูน่ากระป๋องรายใหญ่ของโลกจึง อาจนำเข้าเพิ่ม รวมถึงเนื้อหมูจากสหรัฐฯ เพื่อลดช่องว่างของการได้เปรียบทางการค้า

ขณะเดียวกัน ไทยจะต้องลดกฎเกณฑ์หรือภาษีนำเข้าสินค้าที่สหรัฐมองว่า เป็นกำแพงการกีดกันทางการค้า โดย เช่นกรณีภาษีนำเข้ารถมอเตอร์ไซด์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ที่ตั้งกำแพงภาษีไว้สูง 60 -80% ทั้ง ๆ ที่เป็นสินค้าที่ไทยมีขีดความสามารถ และผลิตมานาน ซึ่งสหรัฐต้องการนำเข้ารถฮาร์ลีย์ ดังนั้น กำแพงภาษีนำเข้ารถมอเตอร์ไซด์สามารถลดลงมาได้ ซึ่งคิดว่าเหลือแค่ 10% ไทยก็ยังสามารถแข่งขันได้

“อย่าให้เขาระแวงเลยก็จะดี เพราะงั้นสิ่งต่างๆที่เราทําเหล่านี้ ทั้งสิ่งที่จะทํา พอจะสรุปได้ว่าเรายินดีที่จะปรับสมดุลทางการค้าระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกาในเชิงของการนําเข้าและเพื่อส่งเสริมการส่งออก เพราะไทยยังต้องการรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้น แม้รัฐบาลยอมลดปริมาณเกินดุลการค้า เมื่ออีกทางหนึ่งเราผลักกันการส่งออกเพิ่ม ยิ่งทำให้การค้าระหว่างประเทศเพิ่มในอีกทางหนึ่ง” นายพิชัย กล่าว

“ประเทศไทยพร้อมออกมาตรการลดการเกินดุลการค้ากับสหรัฐ เพราะหากไม่ดำเนินการจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวเศรษฐกิจไทย 1% ของจีดีพี โดยข้อสรุปการหารือจะมีการทำรายละเอียดของมาตรการ และหลังจากนั้นตนจะเดินทางไปเจรจาที่สหรัฐด้วยตัวเอง ภายใน 2 -3 สัปดาห์ โดยจากการประเมินสมมุติว่าหากเราไม่ทำอะไร ผลกระทบจะเกิดขึ้นต่อจีดีพีที่ 1% ซึ่งจะต้องหามาตรการมารองรับในส่วนที่หายไป”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน