สศก. ชี้เกษตรกรไทย 28.9% ไม่มีที่ทำกินของตัวเอง การใช้ประโยชน์ข้อมูลออกมาตรการช่วยเหลือ
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สศก.เตรียมสำรวจ การถือครองและการใช้ประโยชน์ที่ดินของครัวเรือนเกษตร 2567 ในเดือนพ.ค. 2568 และ ข้อมูลประมวลแล้วเสร็จช่วงเดือนมี.ค. 2569
ซึ่งข้อมูลดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทำข้อเสนอแนะนโยบาย แผนงาน มาตรการต่างๆ ในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาทางด้านการเกษตรให้เหมาะสม
สำหรับการสำรวจภาวะเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนและแรงงานเกษตรของไทย ทั้งเรื่องการถือครองและการใช้ประโยชน์ที่ดินของครัวเรือนเกษตร ปีเพาะปลูก 2566 พบครัวเรือนเกษตรของประเทศไทย มีที่ดินถือครองเฉลี่ย 24.97 ไร่ต่อครัวเรือน โดย 43.89% เป็นที่ดินที่เป็นของตนเอง ส่วน 28.91% เป็นที่ดินที่เช่าผู้อื่น ไม่มีกรรมสิทธิ์ครอบครอง
โดยจ่ายค่าเช่าเป็นเงินสด หรือผลผลิตหรืออื่นๆ 18.19% เป็นที่ดินที่มีสิทธิ์เข้าทำประโยชน์ แต่ไม่มีกรรมสิทธิ์ครอบครองเป็นเจ้าของ เช่น ที่ดินที่อยู่ในเขต ส.ป.ก. 8.92% เป็นที่ดินที่ได้ทำฟรี ไม่มีกรรมสิทธิ์ครอบครอง และไม่ได้จ่ายค่าเช่า และที่เหลือ 0.09% เป็นที่ดินที่ครัวเรือนเกษตรรับจำนองหรือรับขายฝากผู้อื่น และนำมาใช้ประโยชน์เอง
จำนวนที่ดินที่ครัวเรือนเกษตรถือครองอยู่ จำนวน 24.97 ไร่นั้น แบ่งเป็นที่ดินที่นำมาใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตร เช่น การนำไปปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ หรือเป็นที่พักอาศัยบริเวณพื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 24.27 ไร่ และเป็นที่ดินที่ใช้ประโยชน์นอกการเกษตร จำนวน 0.70 ไร่
เมื่อพิจารณาการใช้ประโยชน์ที่ดินที่นำมาใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตร พบว่าครัวเรือนเกษตรนำที่ดินใช้ในการเพาะปลูกข้าว จำนวน 11.82 ไร่ ใช้ในการเพาะปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง
โดยรวมถึงการปลูกข้าวไร่ จำนวน 5.11 ไร่ ใช้ในการปลูกไม้ผลและไม้ยืนต้น เช่น ทุเรียน ลำไย ปาล์มน้ำมัน และยางพารา จำนวน 5.03 ไร่ ใช้ในการปลูกพืชผักไม้ดอกไม้ประดับและสมุนไพร เช่น พริก ผักกาด กุหลาบ และกล้วยไม้ จำนวน 0.41 ไร่
และที่ดินที่เหลือจำนวน 1.90 ไร่ เป็นที่ดินที่ครัวเรือนเกษตรนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรอื่น เช่น โรงเรือนสำหรับเลี้ยงสัตว์ บ่อปลา บ่อกุ้ง นาเกลือ และพื้นที่อยู่อาศัยบริเวณพื้นที่ทำการเกษตร เป็นต้น ทั้งนี้
สำหรับที่ดินที่ใช้ประโยชน์นอกการเกษตร จำนวน 0.70 ไร่ เป็นพื้นที่ที่ครัวเรือนเกษตรให้ผู้อื่นเช่าทำประโยชน์หรือให้ทำฟรี ทั้งในการเกษตรและนอกการเกษตร
หากพิจารณาที่ดินที่ครัวเรือนนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตร พบว่าเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1.53% เป็นผลมาจากสภาพอากาศและปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวยในช่วงครึ่งปีแรก ราคาสินค้าเกษตรที่อยู่ในเกณฑ์ดี ความต้องการสินค้าเกษตรในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น และการสนับสนุนจากภาครัฐ ส่งผลให้ครัวเรือนเกษตรขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้น