“นฤมล”จี้หาตลาดส่งออกทุเรียนใหม่ ลดความเสี่ยงจากจีน พร้อมทำหนังสือถึง GACC ย้ำมาตรการบิ๊กคลีนนิ่ง มั่นใจทุเรียนไทยไร้ BY2
น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เกษตรฯทำหนังสือถึงสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) เพื่อให้พิจารณามาตรการบิ๊กคลีนนิ่ง ป้องกันสารปนเปื้อน BY2 ทำความสะอาดทุกสวน ทุกโรงคัดบรรจุ พร้อมป้องกันการปนเปื้อนสาร BY2 เพื่อให้จีนในฐานะผู้ซื้อรายใหญ่มั่นใจและกลับมาสุ่มตรวจทุเรียนนำเข้าจากไทย ในช่วงที่ทุเรียนมีผลผลิตออกมาจำนวนมากแทนการตรวจ 100%
ทั้งนี้จากข้อมูลล่าสุดในปี 2567 ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกทุเรียนทั้งหมดประมาณ 687,140 ไร่ มีพื้นที่ที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณ 424,724 ไร่ คิดเป็นสัดสวนประมาณ 61.8% ของพื้นที่ปลูกทุเรียนทั้งหมด และประเทศไทยส่งออกทุเรียนสดปริมาณ 832,512 ตัน คิดเป็นมูลคา 102,347 ล้านบาท หรือประมาณ 75% ของผลผลิตทุเรียนทั้งหมด
โดยตลาดหลักคือประเทศจีน ซึ่งคิดเป็นสัดสวนประมาณ 97% ของการส่งออกทั้งหมด และ การบริโภคภายในประเทศประมาณ 25% ของผลผลิตทุเรียนถูกจำหน่ายและบริโภคภายในประเทศ

แม้ไทยจะครองส่วนแบงตลาดทุเรียนในจีนอย่างมีนัยสำคัญ แต่การแข่งขันกำลังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากเวียดนามซึ่งสามารถขยายสวนแบ่งตลาดได้อยางรวดเร็วจาก 5% ในปี 2565 เป็น 32% และ 42% ในปี 2566 และ ปี 2567 ตามลำดับ นอกจากนี้มณฑลไหหนานของจีนยังมีการขยายพื้นที่ปลูกทุเรียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลต่อการนำเข้าทุเรียนจากต่างประเทศในอนาคต
“ชาวสวนทุเรียนไทยเริ่มมีความเสี่ยง จากการพึ่งพาตลาดส่งออกใหญ่เดียว คือ จีน ควรพิจารณาขยายตลาดส่งออกทุเรียนไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งขณะนี้มีความต้องการบริโภคทุเรียนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ตลาดในประเทศตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐอเมริกาก็มีศักยภาพสำหรับทุเรียนไทยเช่นกัน”
น.ส.นฤมล กล่าวว่า ราคาทุเรียนไทยในปี 2568 คาดว่าราคาทุเรียนจะมีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง หากความต้องการในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนเพิ่มขึ้นจากปี 2567 เทียบปี 2566จ ทุเรียนเกรด A , B และ C เพิ่มขึ้นประมาณ 18% , 16% และ 15% ตามลำดับ