กอบศักดิ์ เผยดัชนีเชื่อมั่น ตลาดหุ้น มี.ค. ทรุด เซ่นพิษเทรดวอร์ แนะจับตาลงทุนภาคเอกชนชะลอ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) เดือน มี.ค. 2568 ซึ่งสำรวจระหว่างวันที่ 21-31 มี.ค. 2568 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ในอีก 3 เดือนข้างหน้ายังคงอยู่ในเกณฑ์ “ซบเซา” ที่ระดับ 60.93

เนื่องจากนักลงทุนมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ และแนวโน้มการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ การถดถอยของเศรษฐกิจในประเทศ และสงครามการค้า

โดยความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคลอยู่ในเกณฑ์ “ซบเซาอย่างมาก” กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ “ซบเซา” ในขณะที่กลุ่มกลุ่มนักลงทุนสถาบัน อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว”

สำหรับหมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดธนาคาร (BANK) ส่วนหมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดเหล็ก (STEEL) ขณะที่ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

ส่วนปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ อย่างไรก็ดี ตลาดทุนไทยในเดือนมี.ค. 2568 เผชิญกับความท้าทายจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ

ทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่กลับมาทวีความรุนแรงขึ้น ความกังวลต่อการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเมียนมาที่กระทบถึงกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ซึ่งกระทบต่อทั้งความเชื่อมั่นของนักลงทุน และต่อการดำเนินงานของผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินมาตรการ เพื่อรักษาเสถียรภาพและความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยอย่างต่อเนื่อง โดย SET Index ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2568 ปิดที่ 1,158.09 ปรับตัวลดลง 3.8% จากเดือนก่อนหน้า

ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนมี.ค. 2568 อยู่ที่ 38,491 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 21,852 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปี 2568 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิรวม 39,978 ล้านบาท
สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตามได้แก่ ความกังวลเรื่องสงครามการค้าและความไม่แน่นอนในการประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐ รวมถึงการตอบโต้ของประเทศที่ถูกเพิ่มภาษีดังกล่าว ความขัดแย้งในยูเครนและรัสเซียที่ยังไม่คลี่คลาย และการปรับขึ้นของราคาทองคำ

ในส่วนของปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ สัญญาณตัวเลขเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนภาคเอกชนที่เริ่มอ่อนแอลง ความเป็นไปได้ในของภาครัฐการออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ และผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวที่จะมีต่อความเชื่อมั่นในเรื่องต่าง ๆ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน