ส.ค้าปลีก แนะห้างใช้โอกาสดึง กาแฟ เอสเอ็มอีไทยขายแทน หลังแบรนด์ดังจ่อหยุดผลิต

นายสมชาย พรรัตนเจริญ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมค้าส่ง- ปลีกไทย เปิดเผยว่าจากกรณีข้อพิพาทระหว่างเจ้าของแบรนด์ กาแฟ ชื่อดังเนสท์เล่ กับบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักส์ จำกัด (QCP) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนและเป็นผู้ผลิตในไทย ซึ่งนำมาซึ่งคำสั่ง ศาลแพ่งมีนบุรี ได้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามมิให้เนสท์เล่ ผลิต ว่าจ้างผลิต จำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูป โดยใช้เครื่องหมายการค้า Nescafé ในประเทศไทย ส่งผลให้เนสท์เล่ไม่สามารถรับคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เนสกาแฟจากร้านค้าต่างๆ ได้นั้นว่า

จาการสอบถามร้านค้าส่งค้าปลีก ทั้งขนาดหใญ่ และรายย่อยยังไม่มีปัญหากาแฟขาดตลาด เนื่องจากร้านค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่ ยังมีสต็อกเพียงพอที่จะจำหน่ายต่อไปอีก ราว 1-2 เดือน ส่วนร้านค้าโชวห่วยรายย่อย มีสต็อกเพีงพอที่จะจำหน่ายราว 15 วัน ส่วนการปรับขึ้นราคาของกาแฟนั้นเชื่อว่าจะไม่เกิดขึ้น เพราะการปรับขึ้นจะเป็นการซ้ำเติมผู้บริโภคและทำให้ห้างและร้านค้าเหล่านั้นอาจจะถูกมองว่าฉวยดอกาศและเอาเปรียบประชาชน

“ ร้านค้าปลีกค้า ส่ง ค้าไม่ควรซ้ำเติมด้วยการขึ้นราคา แต่ควรใช้โอกาสนี้ หาผลิตภัณฑ์กาแฟตัวใหม่ๆ โดยเฉพาะที่เป็นกาแฟของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีซึ่งมีหลายแบรด์ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศเข้ามาขายทดแทน เพื่อส่งเสริมรายได้ให้กับธุรกิจรายย่อยของไทย ผู้บริโภคเองก็ต้องเปิดใจบริโภคกาแฟยี่ห้อใหม่ๆ สนับสนุนกาแฟคนไทยให้มากขึ้น ผมเชื่อว่าหากปัญหานี้ทำให้กาแฟแบรนด์ดังขาดตลาดจริงๆ ผู้บริโภคก็จะหันมาลองชิมยี่ห้ออื่นแทน ซึ่งเจ้าของแบรนด์กาแฟไทย ควรใช้โอกาสนี้ในการทำโปรโมชั่น เพื่อดึงดูลูกค้าให้เข้ามาบริโภคกาแฟไทย”

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน