ราคาทองคำ ทะยานไม่หยุด! โกลด์แมนแซคส์ ขยับเป้าปีนี้ 3,700 เหรียญ ดันราคาทองไทย แตะสถิติสูงสุดใหม่ 51,350 บาท ก่อนจะผันผวน ภายในขั่วโมงร่วงต่ำกว่า ราคาวันก่อน

วันที่ 14 เม.ย.2568 ราคาทองคำปรับขึ้นบาทละ 150 บาท แตะสถิติสูงสุดใหม่ โดย สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาครั้งแรก (09.05น.) ทองคำแท่ง 96.5 ขายออกที่บาทละ 51,350 บาท รับซื้อที่ ที่ 51,250 บาท ทองรูปพรรณ ขายออกที่ 52,150 บาท รับซื้อที่ 50,331.20 บาท

ทั้งนี้ภายในเวลา 1 ชั่วโมง สมาคมค้าทองคำประกาศราคาไปแล้ว 3 ครั้ง (10.02 น.) และทำให้ราคาทองคำมาอยู่ในแดนลบจากวันก่อนหน้า โดยทองคำแท่ง 96.5 ขายออกที่บาทละ 51,150 บาท รับซื้อที่ ที่ 51,050 บาท ทองรูปพรรณ ขายออกที่ 51,950 บาท รับซื้อที่ 50,134.12 บาท

ขณะที่ล่าสุด โกลด์แมนแซคส์ ธนาคารเพื่อการลงทุน ของสหรัฐฯ ได้ปรับคาดการณ์ราคาทองคำเป็น 3,700 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ถือเป็นมุมมองที่เป็นบวกมากที่สุดในบรรดาสถาบันการเงินรายใหญ่

ผ่านมาเพียงไตรมาสเศษของปี 2568 โกลด์แมนแซคส์ ปรับเป้าหมายราคาทองคำมาแล้ว 3 ครั้ง จาก 3,100 เหรียญ ในเดือนก.พ. เป็น 3,300 เหรียญ ในเดือนมี.ค. และล่าสุดเป็น 3,700 เหรียญ ซึ่งนับเป็นการปรับเป้าหมายที่ค่อนข้างท้าทายตลาด โดยเพิ่มจากเป้าหมายเดิมถึง 12%

ขณะที่ธนาคารยูบีเอส ซึ่งป็นธนาคารเพื่อการลงทุนและ บริษัท ให้บริการทางการเงิน ข้ามชาติ ที่ก่อตั้งและมีฐานอยู่ในสวิตเซอร์แลน ก็ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์ทองคำปีนี้ จาก 3,200 เหรียญ เป็น 3,500 เหรียญ เจพีมอร์แกนเชส ซึ่งป็นธนาคารเพื่อการลงทุนและ บริษัท ให้บริการทางการเงิน เช่นกัน คาดการณ์ราคาทองคำที่ 3,400 เหรียญ ภายในสิ้นปี

ส่วน แบงก์ออฟอเมริกา คาดการณ์ไว้ที่ 3,550 เหรียญ ซึ่งความเห็นโดยทั่วไปของธนาคารเพื่อการลงทุน 20 แห่งที่ใหญ่ที่สุดในขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 3,450 เหรียญ

โดยทั้งหมดเห็นไม่แตกต่างกัน ว่าผลกระทบจากนโยบายการค้าที่กลับไปกลับมาของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สร้างความไม่แน่นอนให้เศรษฐกิจสหรัฐและทั่วโลก จึงเป็นแรงผลักดันให้ราคาทองคำพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

หลังจากล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 11 เม.ย. 2568 ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งสูงสุดแตะ 3,245 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เป็นระดับสูงสุดตลอดกาล จากหลายปัจจัยซึ่งหลักๆ มาจากการประกาศสงครามการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ปรับขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้ครั้งใหญ่ทุกประเทศทั่วโลกที่สหรัฐฯค้าขายด้วย

แต่ถึงกระนั้นมาตรการภาษีของทรัมป์ ก็มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องเกือบทุกวันนับตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. ซึ่งเป็นวันแรกที่ประกาศ และให้มีผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยไทยโดนหนัก 37%

ก่อนที่ในวันที่ 10 เม.ย. ทรัมป์ประกาศระงับมาตรการภาษีตอบโต้ออกไป 90 วัน ให้กับทุกประเทศ ยกเว้นจีนแถมขึ้นภาษีเป็น 145% หลังถูกจีนโต้กลับด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ 125%

ถัดมาวันที่ 12 เม.ย. ทรัมป์ กลับลำอีกครั้ง โดยประกาศยกเว้นภาษีศุลกากรตามนโยบายมาตรการภาษีตอบโต้ สำหรับนำเข้าสินค้าจากจีน ประเภทสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดกับราคาสินค้าในห่วงโซ่การผลิตของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่

อย่างไรก็ดีราคาทองคำในประเทศไทย นับตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 14 เม.ย. (09.05น.) ปรับขึ้นไปแล้วถึงบาทละ 8,700 บาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 20% จาก ณ วันที่ 1 ม.ค. 2568 ราคาทองคำแท่งขายออกที่บาทละ 42,650 บาท รับซื้อที่ 42,550 บาท เทียบกับวันที่ 14 เม.ย. ราคาทองคำแท่งขายออกที่บาทละ 51,350 บาท รับซื้อที่ ที่ 51,250 บาท

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน