สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ชี้ค้าปลีกครึ่งปีหลัง 2568 เผชิญปัจจัยลบรอบด้าน ฉนวนหลักภาษีทรัมป์ สินค้าจีนราคาถูกทะลัก ฉุดทั้งปีโตแค่ 3.4% เสนอรัฐอัดยาแรง คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำแซนด์บ็อกเขตปลอดภาษี คุมเข้มสินค้านำเข้าราคาถูกไหลเข้าไทย
วันที่ 21 เมษายน 2568 นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ค้าปลีกไทยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 เต็มไปด้วยความท้าทายจากปัจจัยรอบด้านทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยปัจจัยหลักเรื่องกำแพงภาษีสหรัฐฯ ที่จะส่งผลต่อภาคการผลิตและส่งออก ทำให้กำลังซื้อผู้บริโภคหดตัวมากขึ้นอีก จากที่ผ่านมากำลังซื้อผู้บริโภคที่ฟื้นตัวอยู่แล้ว ทำให้กระทบกับภาคค้าปลีกแน่นอน
และอีกปัจจัยหลัก เป็นการไหลทะลักของสินค้านำเข้าต่างประเทศราคาถูก โดยเฉพาะ สินค้านำเข้าราคาถูกและด้อยคุณภาพจากต่างประเทศที่เข้ามาผ่านทางอีคอมเมิร์ซ และผู้ประกอบการรายย่อยข้ามแดน ส่งผลกระทบผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่มากกว่า 3.3 ล้านราย ต้องเผชิญความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรง
ทั้งนี้ภาคค้าปลีกยังคงเป็น เครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย โดยรวมมีมูลค่าราว 4 ล้านล้านบาท โดยมีสัดส่วนมูลค่าในจีดีพีสูงเป็นอันดับ 2 หรือคิดเป็น 16% ของขนาดเศรษฐกิจทั้งประเทศ และช่วยขับเคลื่อนภาคผลิต ภาคการบริโภค และภาคแรงงาน
“ภาพรวมค้าปลีก มีแนวโน้มเติบโตชะลอลงต่อเนื่อง โดยในปี 2567-2568 เติบโตที่ 3.4% หรือ มียอดขายรวมภาคค้าปลีกที่ 1.36 แสนล้านบาท เทียบกับในช่วงปี 2565-2566 ที่โต 5.9% – ปี 2567 สะท้อนจากการบริโภคที่ชะลอตัว ภาคท่องเที่ยวเติบโตลดลง และภาคส่งออกที่กำลังเผชิญกับกำแพงภาษี”
ดังนั้นสมาคมฯ จึงอยากเสนอให้ภาครัฐ ส่งเสริมให้ไทยเป็นช็อปปิ้ง พาราไดซ์ ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ผ่าน 2 มาตรการสำคัญ ได้แก่ นโยบาย Instant Tax Refund คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ทันที ณ ร้านค้า ให้กับนักท่องเที่ยวที่มี ยอดซื้อสินค้าขั้นต่ำ 3,000 บาทขึ้นไป และ แซนด์บ็อกเขตปลอดภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าไลฟ์สไตล์ (Free Tax Zone) ในจ.ภูเก็ต เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทย และเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันท่ามกลางสงครามการค้าโลก
“ทางสมาคมฯ ตั้งใจที่จะเข้าไปพูดคุยกับภาครัฐในการเสนอ 2 มาตรการดังกล่าวในไตรมาสที่ 2 หรือ 3 ของปีนี้ จากที่ผ่านมาได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ไปแล้ว ซึ่งเข้าใจในภาครัฐกำลังพิจารณาในเรื่องดังกล่าวเช่นกัน ซึ่งหากสามารถทำได้ อย่าง เรื่องคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ทันที ณ ร้านค้า ให้กับนักท่องเที่ยว มองว่าจะช่วยให้มีเม็ดเงินสะพัดในการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในระดับหมื่นล้านบาท“
นอกจากนี้สมาคมฯ เองเร่งเดินหน้านโยบาย “TRA GREAT” ยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการค้าปลีก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้แข็งแกร่ง เนื่องจากปัจจุบันดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีกที่ลดลงต่อเนื่อง เพื่อไม่เพียงแค่อยู่รอด แต่ต้อง ยืนหยัด และ ก้าวนำท่ามกลางพายุเศรษฐกิจ การตั้งรับ รุกกลับ และปรับตัวให้ทันอนาคต