สศอ. เล็งหั่นเป้าดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม หรือ เอ็มพีไอปี 68 หลังไตรมาสแรกหดตัว 1.86% ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 จับตาการขึ้นภาษีของสหรัฐอย่างใกล้ชิด

วันที่ 30 เมษายน 2568 นายภาสกร ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือนมี.ค.2568 อยู่ที่ระดับ 105.03 หดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.66% ส่งผลให้เอ็มพีไอไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ระดับ 99.96 หดตัวจากปีก่อน 1.86% ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนมี.ค.อยู่ที่ 63.68% สะท้อนให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมกลับมาผลิตเพิ่มขึ้น

“เอ็มพีไอไตรมาส 1/2568 ที่หดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 นั้น ทาง สศอ.จะนำปัจจัยและข้อมูลต่างๆ รอบด้านมาประกอบการพิจารณาปรับลดประมาณการเอ็มพีไอ และอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ภาคอุตสาหกรรม ปี 2568 ลงในเดือนพ.ค.นี้ จากปัจจุบันที่ว่าจะขยายตัวได้ 1.5-2.5%”

ทั้งนี้ เนื่องจากมีความกังวลต่อนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐ ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเศรษฐกิจต่างประเทศ มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากผลของนโยบายการค้าของสหรัฐ ที่กดดันการค้าโลก และภาคการผลิตของสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นที่ชะลอตัว รวมทั้งมาตรการตอบโต้ของประเทศต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดสงครามการค้าที่รุนแรงมากขึ้นได้ในระยะข้างหน้า

โดยเฉพาะการเก็บภาษีนำเข้ายานยนต์และชิ้นส่วนจากไทยของสหรัฐ ได้แก่ รถยนต์นั่ง รถจักรยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ ในอัตรา 25% จากเดิมเก็บเพียง 0-2.5% ที่บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.2568 นั้น ประเมินว่าชิ้นส่วนยานยนต์จะได้รับผลกระทบในระดับหนึ่ง เนื่องจากประเทศไทยส่งออกชิ้นส่วนสำคัญที่อยู่ในขอบข่ายของสินค้าที่จะขึ้นภาษี เช่น ยางล้อ เครื่องยนต์ เกียร์ ระบบส่งกำลัง และส่วนประกอบไฟฟ้า ทั้งนี้ จะต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งว่าจะกระทบพิกัดภาษีใดบ้าง เพื่อประเมินผลต่อไป ส่วนรถยนต์สำเร็จรูป (CBU) จะได้ผลกระทบทางตรงน้อย เนื่องจากมีการส่งออกไปในปริมาณที่ต่ำและมูลค่าโดยรวมไม่สูง

ขณะที่ รถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) จะได้ผลกระทบ แต่ทุกประเทศได้รับผลกระทบในระดับที่ใกล้เคียงกันจึงไม่ได้รับผลกระทบมากนักในช่วงแรก แต่จะได้รับผลกระทบเมื่อประเทศที่อยู่ภายใต้ความตกลง USMCA หรือสหรัฐ สามารถเริ่มผลิตรถจักรยานยนต์เพื่อทดแทนการนำเข้าได้

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจอุตสาหกรรของไทย เดือนเม.ย.2568 ยังมีสัญญาณเฝ้าระวัง โดยประเมินแนวโน้มเอ็มพีไอเดือนเม.ย. น่าจะทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเดือนมี.ค. หรืออาจขยายตัวได้เล็กน้อย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีฐานต่ำ ประกอบกับมีแรงส่งจากอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ได้อานิสงส์จากยอดจองรถในงานมอเตอร์โชว์ช่วงต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา และน่าจะการเร่งผลิตและส่งมอบสินค้าจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในระหว่างสหรัฐเลื่อนบังคับใช้มาตรการกำแพงภาษีออกไป 90 วัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน