พรุ่งนี้ ! กกร. บุกยื่นหนังสือ นายกอิ๊งค์ ค้านโครงสร้าง Pool Gas ผวาดันต้นทุนเอกชนเพิ่ม3หมื่นล้าน
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ( กกร.) เปิดเผยว่าวันที่ 2 พ.ค.2568 เวลา 10.30 น. ผู้แทน กกร. ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย
จะเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านนโยบายโครงสร้างราคาก๊าซที่จำหน่ายให้แก่โรงไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ ผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก และผู้ใช้ก๊าซอื่นๆ (Pool Gas)
ทั้งนี้ เนื่องจากไม่เป็นธรรมกับทุกภาคส่วน ยิ่งเพิ่มภาระให้โรงงานขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานจากส่วนผสมของก๊าซ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ ถ้าต้นทุนเพิ่มขึ้นไปอีก 60% หรือราว 3 หมื่นล้านต่อปี จะเป็นการซ้ำเติมภาคอุตสาหกรรมที่เป็นผู้ผลิตสินค้าและส่งออกของไทยต้องปิดตัวลง
ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ กกร. จึงได้ตัดสินใจยื่นหนังสือเพื่อให้ทบทวนแนวทางดังกล่าว โดยกกร.ต้องการยื่นหนังสือขอให้นายกรัฐมนตรีทบทวนนโยบายดังกล่าวก่อนการคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ในวันที่ 6 พ.ค.2568
“การที่กระทรวงพลังงานลดค่าไฟให้ประชาชนถือเป็นเรื่องดี แต่แนวทางที่ทำ แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ซึ่งการแก้ปัญหาด้วยวิธีปรับโครงสร้าง Pool Gas เป็นแค่การโยกภาระมาให้ภาคอุตสาหกรรม โดยการนำก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยมาผลิตไฟฟ้า เพื่อให้ต้นทุนถูกที่สุด เป็นวิธีคิดที่ผิด เพราะก๊าซมีส่วนประกอบสำคัญในด้านปิโตรเคมีที่สามารถสร้างมูลค่านำมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่า”
นายเกรียงไกร กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่สำคัญ ส.อ.ท.มีข้อเสนอมาโดยตลอด คือ การตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาพลังงาน (กรอ.พลังงาน) เพื่อหารือเสนอแนะเพื่อให้เห็นปัญหาที่ตรงจุด
ซึ่ง กกร. ในฐานะผู้ประกอบการเอกชนจะประสบปัญหาด้านการแข่งขัน จึงอยากให้ทบทวน และร่วมหารือกับภาคเอกชนไม่ใช่การใช้วิธีแบบนี้และเกิดการคัดค้านเพราะต่างคนต่างทำ ควรมีวิธีที่หารือเพื่อให้สอดคล้องระหว่างกัน
ดังนั้น กกร. มีข้อเสนอแนะให้
1.ศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน เพื่อลดผลกระทบของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างสมดุลตลอดห่วงโซ่อุปทาน พิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุของโครงสร้างพลังงานอย่างเหมาะสมและยั่งยืนมากกว่าการแก้ไข ปัญหาที่ปลายเหตุ
2.ราคาที่นำมาปรับใช้ ควรเริ่มต้นที่ราคา Single Pool Gas ให้เหมือนกันทุกภาคส่วน และกำหนดวิธีกำกับราคาเพิ่มเติมให้ภาคอุตสาหกรรม เช่น กำหนดสูตรโครงสร้างราคาที่มีการควบคุมปริมาณการใช้ด้วย MDCQ หรือ ปริมาณการใช้ก๊าซฯ เฉลี่ยต่อวัน
คือ เฉพาะปริมาณที่ใช้เกินกว่า MDCQ ให้ใช้ราคา LNG นำเข้า เพื่อลดปริมาณการนำเข้า LNG หรือกำกับราคาแบบที่มีการกำหนดราคาขั้นต่ำ (Floor Price) ที่เหมาะสมในการซื้อขายก๊าซ
3.ภาคอุตสาหกรรมควรได้รับสิทธิในการใช้ก๊าซฯ จากอ่าวไทยอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม เนื่องจากก๊าซธรรมชาติเป็นทรัพยากรภายในประเทศไทยที่เป็นสิทธิพื้นฐานของทุกคนและทุกภาคส่วน
4. รณรงค์ประหยัดพลังงานเพื่อลดค่าใช้จ่าย และให้ความช่วยเหลือประชาชนเฉพาะกลุ่มเปราะบาง รวมถึงให้ความช่วยเหลือภาคเอกชนในกลุ่มเปราะบางด้วยวิธีการอื่นที่เหมาะสม แทนการผลักภาระให้ภาคใดภาคหนึ่ง