กบน. ปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ตรึงราคาน้ำมันหน้าปั๊ม บรรเทาผลกระทบประชาชน หลังภาษีสรรพสามิตปรับขึ้นทั้งเบนซินและดีเซล

นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบให้ปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ประเภทน้ำมัน เพื่อรองรับการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ประเภทน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล

โดยมีเป้าหมายไม่ให้ราคาขายปลีกน้ำมันหน้าสถานีบริการปรับขึ้น เพื่อให้ประชาชนไม่ได้รับผลกระทบต่อค่าครองชีพในการดำเนินการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว

โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนที่ 1 การปรับลดอัตราเงินกองทุนเท่ากับอัตราภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อราชการส่วนท้องถิ่น ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)

โดยได้ปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนในส่วนของเบนซินอยู่ที่ 10.50 บาท/ลิตร ลดลงจาก 10.71 บาท/ลิตร

แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 นำส่งเข้ากองทุน 3.70 บาท/ลิตร ลดลงจาก 4.40 บาท/ลิตร

น้ำมัน E20 นำส่งเข้ากองทุน 2.40 บาท/ลิตร ลดลงจาก 2.70 บาท/ลิตร

น้ำมัน E85 นำส่งเข้ากองทุนเท่าเดิม 3.60 บาท/ลิตร

ดีเซลนำส่งเข้ากองทุน 3 บาท/ลิตร ลดลงจาก 3.42 บาท/ลิตร ส่วนที่ 2 การพิจารณาค่าการตลาดที่เหมาะสม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค.2568 เป็นต้นไป

 

ขณะที่ การปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ประเภทน้ำมันเบนซินจะเรียกเก็บที่ 7.50 บาท/ลิตร จาก 6.50 บาท/ลิตร ภาษีท้องถิ่นเก็บที่ 0.75 บาท/ลิตร จาก 0.65 บาท/ลิตร

แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 เก็บภาษีสรรพสามิต 6.75 บาท/ลิตร จาก 5.85 บาท/ลิตร ภาษีท้องถิ่นเก็บ 0.675 บาท/ลิตร จาก 0.585 บาท/ลิตร

น้ำมัน E20 เก็บภาษีสรรพสามิต 6 บาท/ลิตร จาก 5.20 บาท/ลิตร ภาษีท้องถิ่นเก็บ 0.60 บาท/ลิตร จาก 0.52 บาท/ลิตร

น้ำมัน E85 เก็บภาษีสรรพสามิต 1.125 บาท/ลิตร จาก 0.975 บาท/ลิตร ภาษีท้องถิ่นเก็บ 0.1125 บาท/ลิตร จาก 0.0975 บาท/ลิตร

น้ำมันดีเซลเก็บภาษีสรรพสามิต 6.92 บาท/ลิตร จาก 5.99 และภาษีท้องถิ่นเก็บ 0.692 บาท/ลิตร จาก 0.599 บาท/ลิตร

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก โดยพิจารณาความสามารถของกองทุนในการรองรับรายได้ที่น้อยลง ประกอบกับปัจจัยทุกด้านแล้วประเมินได้ว่า กองทุนสามารถปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุน เพื่อรองรับผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ประเภทน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซลได้จนถึงสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2568

“แต่หากเกิดสถานการณ์วิกฤตการณ์ด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงจนส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ ทำให้กองทุนขาดสภาพคล่อง จะเสนอให้กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิต พิจารณาปรับลดภาษีน้ำมันลง เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศให้อยู่ในระดับราคาที่เหมาะสม”

นายพรชัย กล่าวว่า สำหรับการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนจะส่งผลให้รายรับของกองทุนในบัญชีน้ำมัน ลดลงประมาณวันละ 49.57 ล้านบาท/วัน จากประมาณวันละ 393.97 ล้านบาท/วัน เป็นประมาณวันละ 344.40 ล้านบาท/วัน ขณะที่ฐานะกองทุน ณ วันที่ 4 พ.ค.2568 ติดลบอยู่ที่ 47,779 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 2,540 ล้านบาท และบัญชีก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) หรือก๊าซหุงต้มติดลบ 45,239 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม กบน.ยังคงยึดมั่นในการดำเนินงานภายใต้กรอบของพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันภายในประเทศ พร้อมยืนยันหลักการดำเนินงานที่ “เปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้” เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า ทุกมาตรการมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ และประชาชน อย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน