“วัลลภา ไตรโสรัส” นำทัพ AWC รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน ผสานกลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว พร้อมเปิดโครงการใหม่ หนุนรายได้โตต่อเนื่อง โชว์ไตรมาสแรกปี 2568 รายได้แตะ 6,191 ล้าน กำไรพุ่ง 23% เดินหน้าลงทุน 1 แสนล้าน ขยายพอร์ตอสังหาฯ ดันมูลค่าทรัพย์สินแตะ 3 แสนล้านบาท ภายในปี 2572
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจท่องเที่ยวของไทยในขณะนี้ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แผ่นดินไหวในช่วงที่ผ่านมาพอสมควร
รวมถึงมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่จะส่งผลกระทบให้ภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว และคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติ จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยไม่ถึง 40 ล้านคน
ทำให้บริษัทต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพผ่านเครือข่ายพันธมิตรโรงแรมระดับโลก ขณะที่กลุ่มประชุมสัมมนา อาจต้องรอจังหวะในการกระตุ้นตลาดหลังจากนี้
ประกอบกับในปีนี้บริษัทจะเปิดให้บริการโครงการ Jurassic World: The Experience สวนสนุกในรูปแบบ แอทแทรคชั่นส์ ที่ โครงการเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ โดยคาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวเอเชียเข้ามามากขึ้น รวมถึงยังมีโรงแรมใหม่ที่เตรียมทยอยเปิดให้บริการในปีนี้ต่อเนื่องตามแผนด้วย
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 6,191 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 1,969 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ที่ 13.6% และ 23% ตามลำดับ โดยกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ มีการเติบโตต่อเนื่อง ด้วยรายได้รวม 3,642 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.4%
ทั้งนี้อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (ADR) สามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 6,663 บาท/คืน เพิ่มขึ้น 5.8% ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) อยู่ที่ 4,992 บาท เพิ่มขึ้น 6%
ขณะที่ กำไรก่อนหักดอกเบี้ย, ภาษี, ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการอยู่ที่ 1,497 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% จากการเติบโตในทุกเซ็กเมนต์โดยเฉพาะกลุ่มรีสอร์ทระดับลักชัวรี่
นอกจากนี้ในส่วนของรายได้จากกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลอยูที่ 2,386 ล้านบาท เติบโต 16.9% ส่วนกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 2,055ล้านบาท เติบโต 17.8%
ขณะเดียวกัน ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2568 บริษัทมีมูลค่าของสินทรัพย์รวมที่ 209,374 ล้านบาท โดยมี 3 โครงการใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในพอร์ต ประกอบด้วย โรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย รวมถึงมีการลงทุนในโครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช และโครงการเลอ คองคอร์ด รัชดาฯ เพื่อพัฒนาเป็น Jubilee Prestige Tower ซึ่งมีทั้งสำนักงานและโรงแรม เจดับบลิว แมริออท แบงก์ค็อก รัชดาภิเษก
ทางด้านนายชยานนท์ หอพัตราภรณ์ หัวหน้าคณะสายงานบัญชีและการเงิน AWC เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2568 ยังคงมีทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดยในช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ADR ยังเติบโตขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการปรับปรุงเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สินที่มีอยู่ ขณะที่ในแง่ของรายได้รวมยังเห็นการเติบโตในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยเฉพาะในไตรมาส 2 นี้ บริษัทจะเริ่มเปิดให้บริการโรงแรมมีเลีย พัทยา ซิตี้ รวมถึงโรงแรมพัทยา แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่เตรียมจะเปิดให้บริการในเดือนมิ.ย.นี้
นายชยานนท์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ยอดจองห้องพักล่วงหน้า (บุ๊คกิ้ง) ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังคงเติบโตแต่ในอัตราที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทยังเตรียมเปิดโครงการ Jurassic World: The Experience ที่ โครงการเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการหลังจากภาพยนตร์ Jurassic World เปิดฉายไปแล้ว 1-2 สัปดาห์ หรือภายในเดือนก.ค.ปีนี้
โดยในเบื้องต้นคาดว่าจะดึงดูดผู้เข้ามาใช้บริการได้ประมาณวันละ 2,000 คน หรือทำให้มียอดผู้เข้ามาใช้บริการในเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เพิ่มขึ้นราว 10% จากเฉลี่ยต่อวัน 20,000-30,000 คน โดยสัดส่วน 75% ยังคงเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ และอีก 25% เป็นคนไทย รวมถึงในปลายปีนี้ยังเตรียมที่จะเปิดให้บริการโรงแรม แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท
“การเปิดให้บริการโรงแรมใหม่ๆ ในปีนี้ จะช่วยสนับสนุนให้ AWC มีการเติบโตได้ตามเป้าหมาย และมีอัตราการเข้าพัก (OCC) ในปีนี้ที่ 75% เท่าช่วงก่อนเกิดโควิด หรือเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 72%”
ขณะที่นายไพฑูรย์ วงศาสุทธิกุล หัวหน้าคณะสายงานกลยุทธ์การลงทุน AWC กล่าวยืนยันว่าบริษัทยังคงแผนการลงทุนตามยุทธศาสตร์ 5 ปี (2568-2572) งบลงทุน 1 แสนล้านบาท เพื่อขยายพอร์ตทรัพย์สินดำเนินงานเพิ่มอีก 2 เท่า สู่มูลค่า 300,000 ล้านบาท ภายในปี 2572