คลัง โอดรายได้รัฐหาย 1.7แสนล้าน หลังปรับลดจีดีพีลง 1% – เดินหน้าแผนรีดภาษีเพิ่ม

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัญหาความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอาจจะส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้งในปี 68 ทำให้กระทรวงการคลังหันมาให้ความสนใจกับเรื่องการจัดเก็บรายได้อย่างจริงจัง

โดยที่ผ่านมา ครม. ได้มีมติปรับขึ้นภาษีน้ำมันลิตรละ 1 บาท ซึ่งจะทำให้จัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นเดือนละ 3,000 ล้านบาท หรือตลอด 5 เดือนที่เหลือของปีงบประมาณนี้ ได้อีก 15,000 ล้านบาท

นอกจากนี้คณะกรรมการปฏิรูปภาษีมีแนวคิดที่จะจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือแวต สำหรับผู้ที่มีรายได้จากการประกอบธุรกิจที่ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี หลังจากที่พบว่า มีผู้ประกอบธุรกิจจำนวนมากหลีกเลี่ยงการยื่นจดทะเบียนภาษีแวต ทำให้รัฐต้องสูญเสียรายได้ส่วนนี้

“คาดว่าว่าภายใน 1 เดือนนี้ จะได้ข้อสรุปเบื้องต้นเกี่ยวกับภาษีแวต จะต้องดูว่าจะจัดเก็บภาษีแวตแบบเหมาจ่ายดีหรือไม่ สำหรับผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี เช่น 1.5 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นการจูงใจให้ผู้ที่มีรายได้เหล่านี้ ได้เข้าสู่ระบบแวตมากขึ้น”

นายลวรณ กล่าวถึงการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 68 ว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายการทำงานของกระทรวงการคลัง หลังจากสถานการณ์เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากนโยบายตอบโต้ทางภาษีของสหรัฐ ทำให้กระทรวงการคลังต้องปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยลงมาเหลือขยายตัว 2.1% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 3%

“จีดีพีที่ลดลง 1% จะส่งผลกระทบทำให้เป้าหมายการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลหายไป ประมาณ 1.7 แสนล้านบาท แต่ขณะนี้รายได้รัฐบาล 6 เดือน ยังเกินกว่าเป้าหมายราว 2 หมื่นล้านบาท แต่ในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณนั้น ยังมีความน่าเป็นห่วง ซึ่งคลังจำเป็นต้องหาทางจัดเก็บรายได้เพิ่มเติม”

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน