พาณิชย์ แก้พริกเชียงใหม่ราคาตก ดึงเอกชนรับซื้อ ดันราคาขยับขึ้น ก.ก.ละ 2-3 บาท
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ผลผลิตพริกในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ที่ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ทำให้ปริมาณผลผลิตสูงเกินความต้องการของตลาด
ส่งผลกระทบต่อราคาพริกหน้าสวนตกต่ำลง โดยมีราคาซื้อขายเพียงกิโลกรัม(กก.)ละ 3 – 6 บาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรอยู่ที่กก.ละ 6 บาท สร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรในพื้นที่โดยเฉพาะอำเภอฮอดและอำเภออมก๋อย ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกพริกสำคัญของจังหวัด

โดยข้อมูลจากสำนักงานเกษตรเชียงใหม่ ระบุว่า เชียงใหม่มีพื้นที่ปลูกพริกกระจุกตัวอยู่ในอำเภอฮอดและอำเภออมก๋อย รวมกันประมาณ 3,500 ไร่ โดยในปี 2568 คาดว่าจะมีผลผลิตรวมประมาณ 8,500 ตัน เพิ่มจากปี 2567 ที่มีผลผลิตรวม 5,200 ตัน หรือ เพิ่ม 39% แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการผลิตที่ขยายตัวอย่างชัดเจน
นายวิทยากร กล่าวว่า เพื่อลดผลกระทบดังกล่าวและรักษาเสถียรภาพราคาพริกตามนโยบายของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งส่งเสริมการเข้าถึงตลาดของเกษตรกร กรมการค้าภายใน จึงได้ประสานความร่วมมือกับบริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสอาหาร ผลิตภัณฑ์เครื่องแกงประกอบอาหาร และผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน จากจ.พิษณุโลก
และบริษัท เอส.แอนด์ เจ โปรดักท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในจ.ลำพูน พร้อมด้วยพาณิชย์จ.เชียงใหม่ และเกษตรจ.เชียงใหม่ ลงพื้นที่อำเภอฮอดและอำเภออมก๋อย จ.เชียงใหม่ เชื่อมโยงตลาดระหว่างเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมการแปรรูป เพื่อรับซื้อพริกสดจากเกษตรกรในราคากก.ละ 6-8 บาท สูงกว่าราคาตลาดทั่วไป และคุ้มค่ากว่าต้นทุนการผลิต

นายวิทยากร กล่าวว่า ในครั้งนี้บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) รับซื้อพริกจากเกษตรกร อำเภอฮอด จำนวน 9,000 กิโลกรัม ราคากก.ละ 8 บาท และบริษัท เอส.แอนด์ เจ โปรดักท์ จำกัด รับซื้อพริกแดงจากเกษตรกร อำเภอฮอดและอำเภออมก๋อย โดยรับซื้อตั้งแต่ 5 พฤษภาคมจนถึงปัจจุบัน เป้ารับซื้อ 200,000 กิโลกรัม ราคากก.ละ 6- 7 บาท
ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวไม่เพียงช่วยระบายผลผลิตพริกในพื้นที่ แต่ยังส่งผลให้ราคาพริกในเชียงใหม่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมขายกก.ละ 4 – 5 บาท ปัจจุบันเป็น 6-8 บาท เป็นราคาที่เกษตรกรพึงพอใจและสามารถดำรงชีพได้

โดยกรมยังคงเดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับผู้ประกอบการแปรรูปในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ เพื่อเชื่อมโยงตลาดและรองรับผลผลิตพริกจากเกษตรกรให้มีทางเลือกในการจำหน่ายมากยิ่งขึ้น รวมถึงเตรียมมาตรการเสริมในกรณีที่ปริมาณผลผลิตเกินความต้องการของตลาด เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำซ้ำอีก