ธปท. สั่งแบงก์ลงโทษพนักงานขั้นเด็ดขาด หากตรวจสอบพบสนับสนุนเปิด บัญชีม้า พร้อมลดความเสี่ยงป้องกันประชาชน เตรียมออกหลักเกณฑ์ป้องกันภัยทุจริตดิจิทัล
น.ส.ดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่ พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงข่าวกรณีพนักงานธนาคารสนับสนุนการเปิด บัญชีม้า ที่ใช้ในการกระทำผิดของขบวนการคอลเซ็นเตอร์ และขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่นได้อีกหลายราย เมื่อวันพุธที่ 21 พ.ค. 2568 นั้น
ทั้งนี้ ธปท.สั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ดังกล่าว เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และชี้แจงรายละเอียดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว เนื่องจากในกรณีชาวต่างชาติมีความประสงค์จะเปิดบัญชีในประเทศไทย ธปท.กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ ต้องมีกระบวนการพิจารณาเอกสารการ ระบุตัวตนและพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าอย่างรัดกุม หากไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ธนาคารพาณิชย์ต้องแก้ไขทันที
นอกจากนี้ หากพบว่าพนักงานของธนาคารพาณิชย์ มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดดังกล่าว ธนาคารพาณิชย์ต้องลงโทษขั้นเด็ดขาด ทั้งนี้ ธปท. และสำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกทางหนึ่ง หากพบการดำเนินการที่ขัดกับข้อกฎหมายหรือหลักเกณฑ์ของ ธปท. ทางการจะดำเนินการทางกฎหมายกับธนาคารพาณิชย์ต่อไป
เพื่อลดความเสี่ยงต่อประชาชนที่อาจตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางการเงิน ธปท. อยู่ระหว่างออกหลักเกณฑ์การบริหารจัดการภัยทุจริตดิจิทัล (Digital Fraud Management) ซึ่งครอบคลุมการยกระดับกระบวนการรู้จักลูกค้า (Know Your Customer: KYC) และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence: CDD)
โดยกำหนดให้ธนาคารตรวจสอบข้อมูลลูกค้าที่มาขอเปิดบัญชีจากฐานข้อมูลอื่นนอกเหนือจากเอกสารแสดงตัวตนที่ลูกค้านำมาให้ เช่น ต้องตรวจสอบชื่อกับฐานข้อมูลบัญชีม้าของสำนักงาน ปปง. และต้องประเมินความเสี่ยงที่ลูกค้าจะนำไปใช้บัญชีไปใช้เป็นบัญชีม้า รวมถึงต้องจัดกลุ่มลูกค้าตามระดับความเสี่ยง (customer profiling) และใช้มาตรการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมกับกลุ่ม
เช่น จำกัดวงเงินการทำธุรกรรมต่อวันให้เหมาะสม ลดเพดานวงเงินที่ต้องใช้การสแกนใบหน้าสำหรับบัญชีใหม่ เป็นต้น โดยการปรับปรุงหลักเกณฑ์คาดว่าจะบังคับใช้ในเดือนมิ.ย.นี้