จากเหตุการณ์ไฟดับครั้งใหญ่ในยุโรป กินบริเวณทั่วกรุงมาดริด และเมืองบาร์เซโลนาของประเทศสเปน และเมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส รวมถึงบางส่วนทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส นานถึง 19-20 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2568 ที่ผ่านมา

ภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นในทุกภูมิภาค ระบบพลังงานไม่อาจพึ่งพาความเสถียรแบบเดิมได้อีกต่อไป ความสามารถในการฟื้นตัว และความยืดหยุ่นของโครงข่ายจึงเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบระบบพลังงานในอนาคต โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างไทยและอาเซียน

นับเป็นความท้าทายของระบบพลังงานยุคใหม่ ที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากทั้งธรรมชาติและโครงสร้างระบบที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน

รายงานพิเศษ - สัญญาณเตือนรัฐบาลเร่งปฏิรูปพลังงาน วิกฤตไฟฟ้าดับภูมิภาคยุโรป

ประเทศไทยได้ระดมสมองถอดบทเรียน ให้เกิดความรู้และความเข้าใจ เพื่อประยุกต์ใช้กับบริบทของไทยได้อย่างเท่าทัน โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกับสถาบันวิจัยพลังงาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดสัมมนา “ไฟดับครั้งใหญ่ในยุโรป : บทเรียนจากสเปน-โปรตุเกส 2025 และแนวทางรับมือและออกแบบระบบพลังงานอย่างสมดุล” เมื่อเร็วๆ นี้

นายสุรชัย ชัยทัศนีย์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้วิเคราะห์สาเหตุการเกิดวิกฤตไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ (Blackout) ในยุโรปนั้น เกิดจากหลายสาเหตุประกอบกัน ซึ่งการพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ก็เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ด้วย

ท่ามกลางกระแสที่นานาประเทศหันมาให้การส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน กลายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งพลังงานหมุนเวียนเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องยอมรับว่าย่อมส่งผลกระทบทางเทคนิคต่อระบบไฟฟ้า

รายงานพิเศษ - สัญญาณเตือนรัฐบาลเร่งปฏิรูปพลังงาน วิกฤตไฟฟ้าดับภูมิภาคยุโรป

รายงานพิเศษ - สัญญาณเตือนรัฐบาลเร่งปฏิรูปพลังงาน วิกฤตไฟฟ้าดับภูมิภาคยุโรป

ดังนั้น ประเทศไทยต้องเตรียมแนวทางรองรับการเข้ามาของพลังงานหมุนเวียนในระบบไฟฟ้าที่จะมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยนำเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานส่วนเกินจากพลังงานหมุนเวียน และจ่ายคืนเมื่อพลังงานหมุนเวียนลดลง

การนำเทคโนโลยี Grid Modernization & Flexibility เข้ามารองรับพลังงานหมุนเวียนที่กระจายตัวและแปรปรวนได้ดีขึ้น เช่น ควบคุมแบบสองทางและอัตโนมัติ การทำเรื่อง Forecasting & System Operation เพื่อพยากรณ์และวางแผนระบบไฟฟ้าล่วงหน้าได้แม่นยำขึ้น

การพิจารณาเทคโนโลยี Flexible Generation ที่เข้ามาเสริมประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าให้สามารถจ่ายไฟฟ้าได้เร็วหรือยืดหยุ่น ในช่วงที่พลังงานหมุนเวียนไม่เพียงพอ พิจารณาเรื่อง Diverse & Distributed RE เพื่อกระจายแหล่งผลิตพลังงานหมุนเวียน ลดความเสี่ยงและเพิ่มความเสถียรให้กับระบบไฟฟ้า

รายงานพิเศษ - สัญญาณเตือนรัฐบาลเร่งปฏิรูปพลังงาน วิกฤตไฟฟ้าดับภูมิภาคยุโรป

การนำเรื่อง Interconnection & Trading เชื่อมต่อโครงข่ายและการค้า เพื่อส่งไฟฟ้าระหว่างภูมิภาค และส่งเสริม Regulatory & Market Mechanisms โดยวางกลไกกำกับดูแลที่สร้างแรงจูงใจและตลาด รองรับระบบไฟฟ้าที่มีพลังงานหมุนเวียนสูง

ขณะที่ น.ส.พิมพ์สุภา เกาะช้าง นักวิจัยชำนาญการ สถาบันวิจัยพลังงาน มองว่าการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ไม่ได้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดวิกฤตไฟฟ้าดับ แต่น่าจะเป็นผลมาจากระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ออกแบบไว้ รองรับพลังงานหมุนเวียนที่ยังไม่เพียงพอ เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนถึงความจำเป็นในการออกแบบระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคง ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าก้าวสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero Emissions ได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

ดังนั้นจึงมีข้อเสนอแนะการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยั่งยืน โดยจัดทำ Energy Resilience Roadmap ควบคู่กับโรดแม็ปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ การปรับนโยบายให้มีความยืดหยุ่น ทันต่อเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลก เช่น ภัยภูมิอากาศ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

รายงานพิเศษ - สัญญาณเตือนรัฐบาลเร่งปฏิรูปพลังงาน วิกฤตไฟฟ้าดับภูมิภาคยุโรป

การสื่อสารกับสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจว่า พลังงานหมุนเวียนไม่ใช่ต้นเหตุของความเสี่ยง แต่ต้องมีระบบสนับสนุนที่เหมาะสม และการส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาฐานข้อมูลแบบเปิด สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย และเปิดพื้นที่ให้ภาคส่วนต่างๆ เข้าถึงข้อมูลและมีส่วนร่วม

ด้าน นายธวัชชัย สำราญวานิช รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. ในฐานะหน่วยงานรัฐบาลที่ดูแลรับผิดชอบความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ ได้ให้ความเห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุโรป ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของทุกประเทศ รวมถึงไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ทั่วโลกกำลังการปลี่ยนผ่านพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานหมุนเวียน ซึ่งข้อจำกัดของแหล่งพลังงานจากแสงอาทิตย์และลมที่ไม่สามารถควบคุมได้ เป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่ไม่ต่อเนื่อง Variable Renewable Energy : VRE) มีความผันผวนสูง

ดังนั้น จะต้องหาวิธีรับมือกับการผลิตไฟฟ้าที่ไม่เสถียร โดย 3 การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย (กฟผ.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง) มีแนวทางร่วมกัน หากอนาคตมีไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเข้าระบบมากขึ้น โดยการพัฒนาระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคงเพิ่มทั้งในด้านโรงไฟฟ้าหลักในการควบคุมการส่งจ่ายไฟฟ้าในภูมิภาคและโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ รองรับกำลังผลิตไฟฟ้าส่วนเกิน โดยนำพลังงานไฟฟ้ากลับมาใช้ในช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าสูง

การใช้เทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) ที่มี Response Time เร็ว และการใช้อุปกรณ์เสริมแรงดันด้วย Reactive Power เช่น FACTS Device เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับบริเวณกว้างในประเทศไทย

กฟผ.ได้พัฒนาโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าระดับแรงดัน 500 เควี ให้เป็นแกนหลักในการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าระหว่างภูมิภาค หากมีเหตุขัดข้องส่วนที่เหลือต้องรองรับได้ เพื่อเสริมความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าของประเทศ

ส่วนแผนด้านปฏิบัติการในการผลิตและส่งไฟฟ้า กฟผ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการควบคุมระบบไฟฟ้า เพื่อรักษาระดับของการผลิตและส่งจ่ายไฟฟ้าให้มีความเพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้า รวมถึงพิจารณาความมั่นคงระบบไฟฟ้า รองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดยการเตรียมความพร้อมกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองพร้อมจ่ายใน 3 ระดับ ประกอบด้วย

1.กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองพร้อมจ่ายทันที (Spinning Reserve) สามารถสั่งเพิ่มการผลิตและส่งจ่ายไฟฟ้าได้ทันทีที่ระบบมีความต้องการ ปัจจุบันกำหนดให้มีค่าไม่น้อยกว่า 800 เมกะวัตต์ ทุกช่วงเวลา (ปริมาณเท่ากับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในระบบ)

2.กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองพร้อมจ่าย 5 นาที (Five Minutes Response Reserve) สามารถตอบสนองได้ภายในเวลา 5 นาที ในช่วงที่ระบบไฟฟ้ามีการเปลี่ยนแปลงความต้องการใช้ไฟฟ้า หรือเหตุการณ์ที่ความถี่ของระบบไฟฟ้าลดลงไปจากค่าปกติ ปัจจุบันกำหนดให้มีกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองอย่างน้อย 750 เมกะวัตต์

3.กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองพร้อมจ่าย (Operational Reserve) สามารถสั่งเดินเครื่องเพิ่มหรือขนานเครื่องเพิ่มการผลิตจากโรงไฟฟ้าที่มีความพร้อมเริ่มเดินเครื่อง ให้ส่งจ่ายไฟฟ้าหากระบบมีความต้องการ เพื่อรองรับหากเกิดเหตุการณ์ขัดข้อง ป้องกันปัญหาไฟดับ ยืนยันว่า 3 การไฟฟ้าจะดูแลความมั่นคงด้านไฟฟ้าของไทยอย่างเต็มที่

นอกจากรัฐต้องเร่งแผนเปลี่ยนผ่านระบบไฟฟ้าที่ยั่งยืนแล้ว ราคาค่าไฟฟ้าต้องสมเหตุผล เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าอย่างเป็นธรรมด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน