เสนาฯ ชี้หลากปัจจัยกดดันกำลังซื้ออสังหาฯ ชะลอตัว ล่าสุดกอดคอฮันคิว พันธมิตรญี่ปุ่นยกระดับคุณภาพก่อสร้างรับมือภัยพิบัติจากวิกฤติโลกร้อน พร้อมจ่อปรับลดเป้าหมายการดำเนินงานปี 68

นางเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยที่หดตัวในขณะนี้ เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะค่าครองชีพสูง ดอกเบี้ยสูง และหนี้ครัวเรือนสูง ทำให้ผู้บริโภคกู้เงินไม่ได้ ตลอดจนความไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจ

ส่วนเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยแต่ไม่ใช่เรื่องหลัก ซึ่งทำให้บริษัทมองว่าการพัฒนาที่อยู่อาศัยในไทยจากนี้ไม่มีเหมือนเดิมอีกต่อไป โดยผู้บริโภคจะมองหาความปลอดภัยในการอยู่อาศัยด้วย ทำให้เสนาฯ ได้ร่วม กับพันธมิตรญี่ปุ่น ฮันคิวฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ (HHP) ในการยกระดับความร่วมมือพร้อมพัฒนาโครงการด้วยองค์ความรู้จากญี่ปุ่น ทั้งคุณภาพการก่อสร้างและการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ ผสานกับความใส่ใจสไตล์เสนา พร้อมดูแลอยู่เคียงข้างลูกค้าอย่างยั่งยืนในทุกช่วงชีวิต

“การที่เสนาฯ หยิบเอาเรื่องดังกล่าวมาพูด ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์ความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมที่ชะลอตัวลงในขณะนี้ แต่เพราะสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลก ที่ทำให้มันมีโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ได้อีก โดยเฉพาะเหตุแผ่นดินไหว”

นางเกษรา กล่าวและย้ำด้วยว่า ในปี 2568 บริษัทยังคงเดินตามแผนเดิม คือ เปิดตัว 12 โครงการที่อยู่อาศัย มูลค่ารวม 13,000 ล้านบาท ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้เปิดตัวไปแล้ว 4 โครงการใหม่ โดยยังคงเน้นตลาดที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่เข้าถึงง่ายเป็นหลัก ขณะเดียวกันบริษัทขอประเมินสถานการณ์ยอดขายในไตรมาส 2 นี้ด้วย เพื่อเตรียมปรับลดเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2568 จากเดิมที่ตั้งเป้ารายได้จากโอนกรรมสิทธิ์ไว้ที่ 10,000 ล้านบาท และยอดขายที่ 15,500 ล้านบาท

พร้อมกันนี้เสนาฯ ยังได้มีการปรับตัว เพื่อรองรับสถานการณ์กำลังซื้อผู้บริโภคหดตัว โดยหันไปเน้นรายได้จาก 2 ส่วน คือ เช่าออมบ้าน Liv Next และ Rent Next เพิ่มมากขึ้น

โดยผลิตภัณฑ์เช่าออมบ้าน หรือ Liv Next ซึ่งเกิดขึ้น 3 BAD คือ 1.Bad Confidence ลูกค้ายังไม่มั่นใจว่าสถานการณ์ปัจจุบันควรจะซื้อที่อยู่อาศัยดีหรือไม่ 2.Bad Income รายได้ยังไม่เพียงพอ และ 3.Bad Credit ที่ผ่านมาอาจชำระหนี้ไม่ตรงเวลา ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้แม้อยากมีบ้าน แต่ก็เสียโอกาส เพราะถึงอยากได้แต่ก็อาจะถูกปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคาร และเสนาฯ ก็เสียลูกค้ากลุ่มนี้ไปทั้งที่เป็นกลุ่มที่มีตความต้องการซื้อบ้านที่แท้จริง

ดังนั้นสิ่งที่ Liv Next จะทำให้ลูกค้าที่เข้ามาเลือกดูโครงการของเสนาฯ ได้เป็นเจ้าของบ้านหรือคอนโดที่ลูกค้าเลือกแล้วได้ เพียงแต่ว่าช่วงแรกอยู่ในสถานะผู้เช่าก่อน โดยชำระค่าเช่าผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อสร้างประวัติการเงิน หรือสร้างเครดิตทางการเงินผ่านทางธอส. แล้วเมื่อถึงกำหนดเวลาตามเงื่อนไขแล้ว ก็ยังสามารถนำค่าเช่าที่จ่ายไปแล้ว มาหักกับเงินต้นของราคาบ้านและคอนโดได้ ทำให้ปัจจุบันมีลูกค้าที่เป็น Liv Next ประมาณ 1,000 ยูนิตแล้ว และปัจจุบันมีประมาณ 5% ที่สามารถกู้ผ่านและมีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว

ส่วน Rent Next ซึ่งส่วนหนึ่งที่ความต้องการซื้อบ้านและคอนโด ชะลอตัวลง ส่วนหนึ่งเกิดจากการฃะลอตัวของเศรษฐกิจ และอีกส่วนหนึ่งอาจเกิดจากคนไม่อยากซื้อบ้าน หันไปเช่าอยู่แทน โดยเช่าตรงกับเสนาฯ ในเวลาเดียวกันเสนาฯ ก็สร้างเครดิตให้ลูกค้าด้วย โดยจ่ายค่าเช่าผ่านโรงเรียนธอส.ซึ่งเป็นเครดิตที่เกิดจากเช่ากับเสนาฯ ที่ก่อให้เกิดการซื้อบ้านได้สะดวกขึ้นในอนาคต โดยเสนาฯ จะโฟกัสมากขึ้น

ขณะที่นายทาเคชิ สึจิ กรรมการบริษัทร่วมทุน บริษัท เสนา เอชเอชพี จำกัด ซึ่งเป็น พันธมิตรญี่ปุ่น ฮันคิวฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ (HHP) กล่าวว่า เศรษฐกิจมีขึ้นและมีลง โดยฮันคิว ยังคงเดินหน้าลงทุนในธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ประกอบกับจากการศึกษาพบว่ากรุงเทพฯ ยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และจากสถานการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา เชื่อว่าไม่ได้มีผลกระทบต่อความต้องการที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม แต่สิ่งที่กระทบความต้องการซื้อคือ ภาพรวมเศรษฐกิจที่กระทบต่อความมั่นคงของอาชีพการงานมากกว่า

ที่สำคัญตลอดกว่า 9 ปีที่ร่วมทุนกับเสนาฯ ผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนพอสมน้ำสมเนื้อ ยิ่งไปกว่านั้นคือ ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าลงทุนในญี่ปุ่น ดังนั้นการร่วมลงทุนกับเสนาฯ หลังจากนี้จะมีการประกาศอย่างต่อเนื่องไม่เพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่อย่างไรก็ดีจะมีการเปิดเผยในโอกาสต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน