สศอ. ชี้ เอกชนกังวล สหรัฐขึ้นภาษียังไม่ชัดเจน ปรับประมาณการเอ็มพีไอ ปี 2568 โต 0-1% จีดีพีภาคอุตสาหกรรมโต 0.5-1.5% อานิสงส์ยานยนต์ฟื้นตัวครั้งแรกรอบ 21 เดือน หนุนการผลิต
นายภาสกร ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ. ปรับประมาณการดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) ปี 2568 ขยายตัวอยู่ในช่วงระหว่าง 0-1% จากประมาณการเดิมขยายตัว 1.5-2.5% และอัตราการขยายตัว (จีดีพี) ภาคอุตสาหกรรม ปี 2568 คาดขยายตัว 0.5-1.5% จากประมาณการครั้งก่อนคาดว่า ดัชนีเอ็มพีไอและจีดีพีภาคอุตสาหกรรม จะขยายตัวที่ 1.5-2.5%
ทั้งนี้ เป็นไปใน ทิศทางเดียวกันกับหน่วยงานทางเศรษฐกิจอื่นๆ โดยมีสาเหตุหลักจากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐ ที่ยังไม่มีความชัดเจน ส่งผลให้การค้าระหว่างประเทศอาจจะชะลอตัวลง และปัญหาการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค.2568 ยังส่งสัญญาณเฝ้าระวังต่อเนื่อง จากการลงทุนภาคเอกชนที่ชะลอตัวลง และความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงจากความกังวลต่อความไม่แน่นอนด้านนโยบายทางการค้าของสหรัฐอเมริกา
ด้านปัจจัยต่างประเทศ ภาพรวมทรงตัวในระดับใกล้เคียงเดิม โดยภาคการผลิตของสหภาพยุโรปปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย ภาคการผลิตของญี่ปุ่นยังคงหดตัวต่อเนื่อง ในส่วนของสหรัฐ ยังคงมีความกังวลต่อเรื่องความไม่แน่นอนของนโยบายการขึ้นภาษีนำเข้า
สำหรับดัชนีเอ็มพีไอ เดือนเม.ย.2568 อยู่ที่ระดับ 92.30 ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.17% มีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 56.51% สะท้อนให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมกลับมาผลิตเพิ่มขึ้น โดยปัจจัยสนับสนุนหลักต่อภาคการผลิต ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ที่ขยายตัวครั้งแรกในรอบ 21 เดือน อยู่ที่ 1.34% เทียบกับปีก่อน จากการผลิตเพื่อส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าที่ได้มีการจองไว้จากงานมอเตอร์โชว์ 2025
นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ โครงการคุณสู้เราช่วยที่ขยายเวลาลงทะเบียน โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 10,000 บาท มาตรการผ่อนคลายเกณฑ์กำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) การชะลอการขึ้นภาษีนำเข้าของ สหรัฐ ออกไปอีก 90 วัน ทำให้ภาคอุตสาหกรรมในหลายประเทศเร่งการผลิต เพื่อส่งออกไปยังสหรัฐ
นายภาสกร กล่าวว่า ประเทศคู่ค้าหลายแห่งได้เพิ่มการนำเข้าสินค้า เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้า เพื่อส่งออกไปยังสหรัฐ ส่งผลให้การค้าระหว่างประเทศขยายตัวต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวจากปีก่อน 16.60% และการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำ อาวุธ รถถัง และอากาศยานรบ) ขยายตัว 11.50%