วันที่ 2 มิ.ย. 2568 สมาคมค้าทองคำได้ปรับราคาทองคำรวมทั้งสิ้น 14 ครั้ง (เวลา 17.03 น.) โดย 9 ครั้งแรกเป็นการปรับขึ้นต่อเนื่อง ก่อนที่จะปรับลดลง 3 ครั้งติดต่อกัน และครั้งที่ 13 กับ 14 พลิกกลับมาปรับขึ้น 2 ครั้งติด ทำให้ตลอดทั้งวันราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นจากราคาปิดครั้งก่อนรวม 450 บาท/บาททองคำ
โดย ณ เวลา 17.03 น. ราคาทองคำแท่ง 96.5 ขายออกที่บาทละ 51,600 บาท รับซื้อที่ 51,500 บาท ทองรูปพรรณ ขายออกที่ 52,400 บาท และรับซื้อที่ 50,467.64 บาท ขณะที่ราคาทอง Gold Spot อยู่ที่ 3,348 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนค่าเงินบาทอยู่ที่ 32.59 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
นางภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด เปิดเผยว่าแนวโน้มราคาทองคำประจำสัปดาห์แรกของเดือนมิ.ย. มีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ การรายงานอัตราการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ (Non-Farm ) ซึ่งจะมีการออกข่าวทุกวันศุกร์แรกของเดือน เวลา 19.30 น. ประเทศไทย
โดยจะมีผลต่อการกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าจะปรับลดลงตามที่มีการคาดการณ์กันหรือไม่ ทำให้ตลาดทองคำมีโอกาสผันผวนได้ ประกอบกับในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ จะมีการส่งคำแถลงกรณียับยั้งมาตรการขึ้นภาษีตอบโต้ ของนายโดนับด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่ง ณ ปัจจุบันศาลอุทธรณ์สั่งระงับคำสั่งเบื้องต้นไปแล้ว ทำให้รัฐบาลทรัมป์ ยังเก็บภาษีตอบโต้กับนานาประเทศได้ จนกว่าจะมีการตัดสินเกิดขึ้น ซี่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาพอสมควร
“นายทรัมป์ ยังมีแนวคิดใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ เช่นล่าสุด มีแนวคิดที่จะเรียกเก็บภาษีจากนักลงทุน ที่ทำกำไรจากซื้อขายหุ้นในสหรัฐ เป็นต้น เนื่องจากมองว่าสหรัฐฯ ขาดดุลมานานแล้ว”
นางภัทริน กล่าวและว่า จากกระแสข่าวทรัมป์ ที่กระทบต่อมุมมองการลงทุนแบบข่าวร้ายสลับดี ทำให้นอกจากต้องติดตามข่าวสารทั่วโลกแล้ว ยังต้องอาศัยมุมมองทางเทคนิคประกอบด้วย โดยกลยุทธ์การลงทุน หากราคาทองคำปรับตัวลงไปบริเวณแนวรับสำคัญ บริเวณ 3,220 และ 3,200 ดอลลาร์/ออนซ์ ให้ทยอยเข้าซื้อสะสม
โดยมองว่าแนวต้านบริเวณ 3,330 ดอลลาร์/ออนซ์ ถือเป็นแนวต้านสำคัญ คิดเป็นราคาทองไทยจะอยู่แถวๆ 51,500 บาท/บาททองคำ หากทะลุไปได้ มองว่าทองไทยอยู่บริเวณ 52,000 บาท ส่วนแนวรับ 51,000 บาท ถ้าหลุดลงไปอีก 30-50 เหรียญ ก็ประมาณ 500 บาท หรือระดับราคาทองคำแท่งขายออกที่ 50,500 บาท
“หากราคาทองคำสามารถทะลุแนวต้านสำคัญไปได้ แนะนำให้ Follow Buy (การซื้อตาม) และหากทะลุ 3,365 ดอลลาร์/ออนซ์ ภาวะทองคำจะสดใสขึ้นมาอีกครั้ง”
นางภัทริน กล่าวด้วยว่าเนื่องจากข่าวเศรษฐกิจทั่วโลกตลอดช่วงที่ผ่านมา มีข่าวดี สลับข่าวร้าย ดั้งนั้นกลยุทธ์การลงทุน หากราคาปรับลงไปบริเวณแนวรับ ถือเป็นจุดที่ดีในการเข้าซื้อสะสมได้ แม้ว่าราคากำลังไหลลง เพราะอย่างที่บอกมาตลอดว่า เราคงไม่สามารถซื้อ ณ จุดที่ต่ำที่สุดได้
โดยเฉพาะผู้ที่ถือยาวสามารถทยอยซื้อสะสมช่วงแนวรับสำคัญๆ ได้ เพราะแนวโน้มระยะกลาง – ยาว ยังคงยืนพื้นเป็นแนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน และหากระยะสั้นกรณีเลวร้ายสุด มองว่าราคาทองไม่ควรหลุดจุดต่ำสุดเดิมที่ 3,120 ดอลลาร์/ออนซ์ ตราบใดทรัมป์ ยังมีไอเดียต่อการทำสงครามการค้าออกมาเรื่อยๆ ยกเว้นว่าศาลอุทธรณ์มีคำตัดสินยับยั้งมาตรการขึ้นภาษีตอบโต้ของทรัมป์ แต่ถึงจะออกมาเช่นนั้น ก็ยังมีศาลฏีกาอีก ฉะนั้นการตัดสินคงไม่เร็ว
นอกจากนี้ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเหล่าวาณิชธนกิจ ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำ โดยให้เป้าหมายปีนี้ที่ 3,700-4,000 ดอลลาร์/ออนซ์ รวมถึงหากย้อนดูประวัติการณ์เข้าดำรงตำแหน่งประธานธิบดีของทรัมป์ในรอบแรกที่ผ่านมา ราคาทองคำเป็นแนวโน้มขาขึ้นเป็นส่วนใหญ่ แต่ระหว่างทางก็ย่อตัวลงมาสลับกัน คล้ายๆ กับรอบนี้ อีกทั้งปัจจัยหลักที่หนุนราคาทองคำยังอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็นสงครามรัสเซีย-ยูเครน และอิสราเอล-ฮามาส ก็ยังคงอยู่ ตลอดจนแนวโน้มเฟดจะลดดอกเบี้ย เป็นต้น