แม้ประเทศไทยส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นอันดับ 1 ของโลกมานานหลายปี โดยปี 2567 ส่งออกได้ 1.1 แสนล้านบาท และปี 2568 (ม.ค.-มี.ค.) ส่งออกคิดเป็นปริมาณ 2.3 ล้านตัน ขยายตัว จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 23.4% ประเทศนำเข้าคู่ค้า ได้แก่ จีน สัดส่วน 70.4% อินโดนีเซีย 6.3% ญี่ปุ่น 4.6% มาเลเซีย 3.1% สหรัฐอเมริกา 2.0% เกาหลีใต้ 2.0% ตามลำดับ

แต่ปัญหาเศรษฐกิจทั่วโลกกำลังซบเซา จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และสงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจเศรษฐกิจ สหรัฐอเมริกา และจีนทำให้ทุกประเทศต้องหาแนวทางบรรเทาผล โดยเฉพาะภาวะการค้าที่เริ่มหดตัว
ทำให้ นายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการค้าขายระหว่างประเทศ ต้องนำทัพ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเดินทางไปยังประเทศซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 17-22 พ.ค. 2568 เพื่อขับเคลื่อนขยายตลาดส่งออกสินค้ามันสำปะหลังและสินค้าแปรรูปไทย
นายนพดลกล่าวว่า ซาอุดีอาระเบีย เป็นตลาดเป้าหมายใหม่ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้กับมันสำปะหลังจากไทย ในภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอ และกำลังซื้อจากคู่ค้าสำคัญอย่างจีนลดลง ซึ่งการพึ่งพาตลาดหลักอย่างจีนเพียงตลาดเดียว ถือเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการค้า และจะส่งผลกระทบต่อราคาในประเทศ เพราะหากผลผลิตในไทยออกมาพร้อมๆ กันเกษตรกรไทยจะถูกพ่อค้ากดราคา

ยืนยันว่าตลาดจีนยังคงเป็นตลาดสำคัญที่สุด แต่การเดินทางมาครั้งนี้ เป็นกลยุทธ์กระจายความเสี่ยง เพราะจะทำให้ไทยให้มีตลาดที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งซาอุดีอาระเบียมีศักยภาพสูง สามารถรองรับมันอัดเม็ดจากไทยได้มากกว่า 3.6 ล้านตัน/ปี เพื่อไปเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ทดแทนการนำเข้าข้าวโพด รวมทั้งยังสามารถลดผลกระทบจากการถูกกดราคา ช่วยเสริมรายได้ ให้กับเกษตรกรไทยได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย
“ที่ผ่านมามีปัญหาถูกกดราคารับซื้อจากจีน โดยอ้างเหตุผลเรื่องคุณภาพ, ความชื้น หรือปริมาณเกินความต้องการ ที่ผ่านมาไทยฝากความหวัง หรือส่งออกไว้กับตลาดใดตลาดหนึ่งมากก็เป็นความเสี่ยง และไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากปล่อยให้ราคาตกลงตามความต้องการของคนซื้อ ดังนั้น การขยายตลาดใหม่จึงเป็นการเพิ่มอำนาจต่อรองของไทยในตลาดโลก”

ทั้งนี้ การขยายตลาดมันสู่ประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นการดำเนินการภายใต้โครงการขับเคลื่อนการขยายตลาดส่งออกมันสำปะหลัง ภายใต้ยุทธศาสตร์ มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ฯ ปี 2564-2567 ด้านการตลาดต่างประเทศ ผลการ ดำเนินงานในปี 2567 กรมได้เดินทางเข้าร่วมงาน Middle East Poultry Expo 2024 ณ เมืองริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย
ระหว่างวันที่ 12-17 พ.ค.2567 เพื่อประชาสัมพันธ์คุณประโยชน์สินค้า มันสำปะหลังไทย มีเอกชนกลุ่มผู้ผลิตอาหารสัตว์ในซาอุดีอาระเบีย จำนวนมาก แสดงความสนใจอยากได้มันสำปะลังมาเป็น อาหารสัตว์ ส่งผลให้ปีนี้ได้นำเอกชน พร้อมนักวิชาการที่จะชี้แจงรายละเอียดของโภชนาการอาหาร ที่มีในมันสำปะหลังมาร่วมด้วย
ซาอุดีอาระเบีย เป็นประเทศเป้าหมายในการส่งออกมันสำปะหลัง เพราะบริโภคอาหารมากที่สุดประเทศหนึ่งในตะวันออก กลาง มีประชากรราว 33.48 ล้านคน และมีปริมาณการบริโภคเนื้อสัตว์ประมาณ 50 กิโลกรัม/คนต่อปี เป็นตลาดการผลิตเนื้อสัตว์เพื่อการบริโภค โดยเฉพาะสัตว์ปีกทั้งหมดในประเทศราว 1.3 พันล้านตัวต่อปี มีมูลค่าสูงถึง 1.73 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และมีปริมาณการผลิตอาหารสัตว์สูงถึง 12 ล้านตันต่อปี ปี 2568 คาดว่าจะเติบโต ในอัตราเฉลี่ยที่ 4.11%

โดยปัจจุบันมีอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่ เช่น ปศุสัตว์และประมง รวมทั้ง รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ยังมีนโยบายส่งเสริม อุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ ประมง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ส่งผลให้มีศักยภาพในการรองรับธัญพืชต่างๆ จำนวนมากเพื่อนำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์ทั้งสัตว์ปีก รวมทั้งอูฐ ประกอบกับมีอัตราภาษีนำเข้าในอัตราที่ต่ำคือ 5% สำหรับทุกผลิตภัณฑ์ ได้แก่ มันเส้น มันอัดเม็ด แป้งมันสำปะหลัง และสาคู เบื้องต้นคาดว่าส่งออกมันสำปะหลัง ล็อตแรกได้ประมาณ 20,000 ตัน จากเดิมไทยส่งออกมาซาอุฯ ประมาณ 1,700 ตัน ในปี 2567
ในการเดินทางมาครั้งนี้ กรมได้เชิญ ผู้นำเข้าที่มีศักยภาพจากซาอุดีอาระเบีย เข้าร่วมงานประชุมสัมมนามันสำปะหลังโลก ปี 2568 (World Tapioca Conference 2025 : WTC 2025) ที่จะจัดในเดือนก.ค.2568 เพื่อแสดงศักยภาพของไทยในฐานะผู้ผลิตมันสำปะหลังรายใหญ่ และผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอันดับหนึ่งของโลก เป็นเวทีให้ผู้ซื้อผู้ขายทั่วโลกได้มีการเจรจาซื้อขายและแลกเปลี่ยนข้อมูล ระหว่างกัน เพื่อหาตลาดล่วงหน้าและผลักดัน การส่งออกให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

พิมลพร ตังเดชะหิรัญ
น.ส.พิมลพร ตังเดชะหิรัญ ผู้บริหารงานขาย บริษัท สวัสดิ์ไพบูลย์การเกษตร จำกัด กล่าวว่า ตลาดซาอุดีอาระเบียเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในการใช้อาหารสัตว์ เนื่องจากมีการผลิตอาหารสัตว์ค่อนข้างมาก การร่วมคณะกับกรมการค้าต่างประเทศถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะมีโอกาสได้พบผู้นำเข้าและผู้ผลิตอาหารสัตว์จำนวน 3 บริษัท ซึ่งก็มีความสนใจที่จะนำเข้ามันสำปะหลังอัดเม็ดมาก
สำหรับความยากง่ายคือเขามีความกังวล ในเรื่องของสูตรในการ ผลิตอาหารสัตว์ แต่กรมการค้าต่างประเทศ มีข้อมูลเชิงลึกจาก นายปราโมทย์ แพงคำ อาจารย์สาขาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางสัตว์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี นักวิชาการ ซึ่งร่วมการเดินทางมาซาอุดีอาระเบียด้วย เพื่ออธิบายข้อมูลต่างๆ เชิงลึก ในแง่โภชนาการ ให้กับผู้นำเข้าของซาอุดีอาระเบียได้เข้าใจถึงข้อดีในการใช้มันสำปะหลัง เพื่อนำมาผลิตอาหารสัตว์มากขึ้น

เดิมบริษัทมีการส่งออกมันสำปะหลังอัดเม็ดไปยังตลาดจีน ปีละ 600,000-1 ล้านตัน มากที่สุดคือ 1,500,000 ตัน แต่ส่วนใหญ่ เป็นการส่งออกมันเส้น ในอนาคตก็มีความคาดหวังว่าจะสามารถเปิดตลาดมันสำปะหลังอัดเม็ดในซาอุดีอาระเบียได้ โดยตลาดในอนาคตน่าจะเป็นดูไบ สำหรับการเจรจาการค้าครั้งนี้ของ สวัสดิ์ไพบูลย์อาจจะเริ่มต้นจากออร์เดอร์ 1 จำนวน 1 ตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งมีความเป็นไปได้ โดยการขนส่งทางเรือไม่ได้เป็นปัญหาสามารถ สู้ได้

อิทธิพล จีระประพันธ์กุล
นายอิทธิพล จีระประพันธ์กุล กรรมผู้จัดการ บริษัท วิชัย อกริเทรด จำกัด กล่าวว่า สนใจตลาดซาอุดีอาระเบีย เพราะมีกำลังซื้อและมีประชากร มีเงินแต่ไม่มีวัตถุดิบ ดังนั้น หากเปิดตลาดในตะวันออกกลางได้ เชื่อว่าจะช่วยเกษตรกรในประเทศไทย ได้อีกมา ก่อนหน้านี้ส่งออกไปนิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ และจีน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการส่งออกไปยังตุรกี แต่ช่วงนี้ได้หยุดนำเข้าไป โดยมีบางส่วนส่งออกไปอเมริกาและยุโรป
เป็นอีกหนึ่งความหวัง การอยู่ดีกินดีแบบยั่งยืนของชาวไร่ มันสำปะหลังไทย หากกระทรวงพาณิชย์ สามารถเพิ่มอำนาจต่อรองด้านราคาและปริมาณส่งออกได้ตามกลยุทธ์ที่วางไว้