พาณิชย์ สั่งเกาะติดกระแส กัมพูชาแบนสินค้าไทย ชี้ชายแดนยังค้าขายปกติ
13มิถุนายน 2568 นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยถึงสถานการณส่งออก นําเข้าสินค้าไทยไปกัมพูชาว่า กรมได้ติดตามสถานการณ์กับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชายแดนกัมพูชา ทั้ง 7 จังหวัดแล้ว ได้รับแจ้งว่าจุดผ่านแดนต่างๆ ยังคงเปิดทำการตามปกติตามมาตรการของฝ่ายความมั่นคง การเข้าออกของคนและสินค้ายังคงเป็นไปตามปกติ
ทั้งนี้ ช่วงเวลา 10.00 น. ฝั่งกัมพูชามีการปิดประตูด่านเป็น การชั่วคราว (ประมาณ 30 นาที) ที่บ้านแหลม และบ้านผักกาด จ.จันทบุรี เนื่องจากมีคณะฝ่ายปกครองของ กัมพูชาลงตรวจพื้นที่ ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจก็เปิดประตูด่านตามปกติ
โดยใน ช่วง 4 เดือนแรก 2568 การค้าระหว่างประเทศไทย – กัมพูชา มีมูลค่ารวม 126,283 ล้านบาท ขยายตัว 2.3% ขณะที่การค้าชายแดนไทย – กัมพูชา มูลค่า 64,612 ล้านบาท ขยายตัว 12.4% โดยการค้าชายแดนคิดเป็น 51.2%
โดยไทยส่งออกไปกัมพูชารวม 108,383 ล้านบาท บวก 1.6% และส่งออกชายแดน 50,225 ล้านบาท บวก 9.7% คิดเป็นสัดส่วน 46.3% ขณะที่ไทยนำเข้าโดยรวมจากกัมพูชา 17,900 ล้านบาท บวก 6.9%) และนำเข้าตามชายแดนและผ่านแดน 14,387 ล้านบาท บวก 22.4% โดยการนำเข้าผ่านทางชายแดนคิดเป็นสัดส่วน 46.6%
ส่วนการค้าผ่านแดนด้านกัมพูชาไปประเทศ 3 ช่วง 4 เดือนแรก2568 ขยายตัว โดยมีมูลค่า 2,458 ล้านบาท บวก 15.2% เป็นการส่งออก 315 ล้านบาท บวก 3.3% และการ นำเข้า 2,143 ล้านบาท บวก 17.2% ประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ เวียดนาม และจีน
นางอารดา กล่าวถึงกระแสแบนสินค้าไทยว่าตอนนี้ยังอยู่ในวงจำกัดเฉพาะกลุ่ม แต่หลังจากนี้คงต้องติดตามต่อว่าจะมีทิศทางเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมา ท่านฮุน เซน และนายกรัฐมนตรีกัมพูชา พยายามไม่ให้คนกัมพูชาโยงเรื่องข้อพิพาท ไปประเด็นอื่น แต่ขณะนี้ทั้ง 2 คนได้ประกาศออกมาเอง ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน จึงคาดเดาได้ยากว่าทิศทางจะเป็น แบบไหน
อย่างไรก็ตาม การออกมาประกาศของ ฮุน เซน คาดว่าเป็นการตอบโต้มาตรการของไทยที่ห้าม ชาวไทยข้ามไปเล่นพนันที่ด่านอรัญประเทศ – ปอยเปต จนส่งผลให้กิจการ Casino ซบเซาลงไปมาก รวมถึงเป็นการสร้างข้อต่อรองกับฝ่ายไทย ก่อนการเจรจา JBC ในวันที่ 14 มิถุนายน
” ขณะนี้ยังเร็วไปประเมินเบื้องต้นได้ตามตัวเลขการค้าได้เท่านั้น หลังการเจรจา JBC 14 มิถุนายน จะเห็นภาพชัดขึ้นว่ามาตรการที่สองฝ่ายจะใช้ต่อกันจะเป็นอย่างไร หรืออาจได้ข้อสรุปที่เป็นทางออกที่ดีก็ได้ ” นางอารดา กล่าว
นางอารดา กล่าวว่า กลุ่มสินค้าไทยที่ได้รับความนิยมในกัมพูชา ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค และของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องดื่ม (นม นมถั่วเหลือง เครื่องดื่มไม่อัดลม/อัดลม และเครื่องดื่มชูกำลัง) กาแฟที่ผสมได้ทันที นมผง บุหรี่ และ อาหารปรุงแต่งอื่นๆ (เช่น ครีมเทียม กะทิสำเร็จรูป)
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไทยบังคับใช้มาตรการในขั้นที่ 2 คือ จำกัดการผ่านแดนเฉพาะบุคคลที่มีเหตุจำเป็น และ จำกัดวันเวลาในการเข้า – ออกจุดผ่านแดน ทั้ง 18 แห่ง ใน 7 จังหวัด ซึ่งยังไม่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า ยังสามารถขนส่งผ่านจุดผ่านแดนถาวรที่เป็นช่องทางหลักได้ทั้งหมด
ล่าสุดวันที่ 11 มิถุนายน กองกำลังบูรพาปรับมาตรการควบคุมจุดผ่านแดนถาวร และจุด ผ่อนปรนการค้าในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว เพื่อมุ่งอำนวยความสะดวกประชาชน ให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ปัจจุบัน มีรายละเอียดดังนี้
1.จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน : เปิด – ปิด เวลา 08.00 – 16.00 น. และผ่อนปรนให้รถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไปผ่านเข้าออกได้ (จากเดิมที่ไม่อนุญาตรถบรรทุก) โดยจำกัดจำนวนคันที่ 70 คัน/วัน ทั้งขาเข้าและขาออก 2. จุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือ : เปิด – ปิด เวลา 08.00 – 12.00 น. และผ่อนปรนให้รถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไปผ่านเข้าออกได้ (จากเดิมที่ไม่อนุญาตรถบรรทุก) โดยจำกัดจำนวนคันที่ 30 คัน/วัน ทั้งขาเข้า และขาออก
3. จุดผ่อนปรนการค้าบ้านตาพระยา : คงเวลาเปิด – ปิด เวลา 08.00 – 12.00 น. โดยห้ามรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไปผ่านเข้าออก แต่หากจำเป็นต้องเดินทางสัญจรสามารถใช้เส้นทางผ่านจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพ ไทย – กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน)
นอกจากนี้ได้มีการผ่อนปรน โดยอนุโลมในการเดินทางข้ามแดนของนักเรียนชาวกัมพูชา สามารถผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก, จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน, จุดผ่อนปรนการค้าบ้านตาพระยา และจุดผ่อน ปรนการค้าบ้านหนองปรือ ในช่วงเช้า ตั้งแต่ เวลา 06.00 – 08.00 น. และช่วงเย็น เวลา 17.00 – 18.00 น.