ลา-กลาส เครื่องสำอางขวัญใจ Gen Z ยอดขายพุ่ง สวนทางเศรษฐกิจซบ ตั้งเป้าปีนี้แตะ 1 พันล้าน จ่อสยายปีกลุยตลาดต่างประเทศ
วันที่ 17 มิถุนายน 2568 น.ส.เอมลินทร์ ธีรธนากิตติพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอดีล แอนด์ มาเวลลัส เท็น จำกัด ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเครื่องสำอางแบรนด์ LA GLACE (ลา-กลาส) เปิดเผยว่า ปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 8 สำหรับแบรนด์เครื่องสำอางค์ LA GLACE
โดยปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ มากกว่า 80 รายการ ประกอบไปด้วยกลุ่ม เมคอัพ (Make up), สกินแคร์ (Skincare) และแผ่นมาสก์หน้า (Mask sheet)
ทั้งนี้จากสินค้าในตลาดในราคาที่จับต้องได้ เข้าถึงง่าย ส่งผลให้บริษัทมียอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปี 2566 มียอดขายสูงกว่า 400 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดดร่วม 1000%
และยอดขายยังสูงต่อเนื่องมาถึงปี 2567 มีรายได้ 420 ล้านบาท กำไรสุทธิ 37.7 ล้านบาท เป็นผลจากยอดขายของสินค้าที่เป็นสินค้าฮีโร่ ที่เปิดตัวในปี 2566 คือ “บลัชดำ”หรือ BLACK MAGIC LIP & CHEEK PH BLUSH ที่ได้การตอบรับอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน-นักศึกษาวัยรุ่น Gen Z

“เราได้เริ่มธุรกิจจากการขายสินค้าในช่องทางออนไลน์ของตัวเอง โดยมีตนเองเป็นพรีเซนเตอร์แนะนำและรีวิวสินค้า จาการทำคอนเทนต์และ Live ใน TIKTOK และ IG หลังจากนั้นก็ได้ขยายตลาดออนไลน์ไปในทุกช่องทาง
ทั้งบัญชีทางการของบริษัท(OFFICIAL)และช่องทางใน market place ทั้ง shopee, Lazada, TikTok และ Line Shop ครอบคลุมกลุ่มลูกค้า Gen Z ทุกช่องทาง
โดยปัจจุบันเฉพาะบัญชี OFFICIAL ของ La Glace มีผู้ติดตามรวมทุกช่องทางออนไลน์ถึง 1,500,000 follower หรือผู้ติดตาม และมีฐาน Affiliate (นายหน้าขายสินค้าในออนไลน์) อีกกว่า 140,000คน” น.ส.เอมลินทร์กล่าว
นอกจากนี้ยังได้ขยายไปตลาดออฟไลน์ โดยบริษัทได้กระจายสินค้า วางขายในร้านค้าปลีก และบิวตี้สโตร์ชั้นนำ เช่น watsons, Beautrium, EVEANDBOY, Konvy รวมทั้งในร้าน 7-11 ด้วย
ดังนั้นในปี 2568 ได้ตั้งเป้าหมายรายได้เพิ่มขึ้นแตะหลัก 1,000 ล้านบาท โดยนอกจาก บลัชดำ ที่ยังคงขายดีอย่างต่อเนื่องแล้ว
ปีนี้สินค้าฮีโร่ใหม่คือ LA GLACE DAILY TONER PADS แผ่นบำรุงผิวหน้าก่อนแต่งหน้า ที่เปิดขายวันแรก จากการ Live 4 ชั่วโมง สามารถทำยอดขายได้มากกว่า 31 ล้านบาท

โดยคาดว่าตลอดทั้งปีนี้จะสามารถทำยอดขาย LA GLACE DAILY TONER PADS ได้ 600-700 ล้านบาท เมื่อรวมกับยอดขายบลัชดำ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ทำยอดขายโดยรวมมากกว่าปีละ 300-400ล้านบาท ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถไปถึงเป้าหมายได้
นายทิวาทัพพ์ ธรารักษ์อนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด กล่าวว่า บริษัทมีแผนจะขยายตลาดไปยังต่างประเทศภายใน 3 ปีข้างหน้า คือ ตั้งแต่ปี 2569ถึง 2571 เริ่มจากตลาดในเอเชีย รวมทั้งตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐอเมริกาด้วย
“โดยหมุดหมายแรกที่จะออกไป คือ ฮ่องกง เพราะถือเป็น Gatewayประตูสู่ลูกค้า Gen Z ชาวจีน โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2571 ยอดขายทุกผลิตภัณฑ์ของบริษัท จะมียอดขายรวม 2,000ล้านบาท จากทั้งในและต่างประเทศ
โดยต้องการสร้างการเติบโตทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ อย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อเตรียมนำบริษัทระดมทุนจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยปีนี้ได้เริ่มเตรียมวางระบบด้านการเงินและบัญชีต่างๆ
เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าตลาดหุ้น ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ทั้งในแง่ต้นทุน ภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ
รวมถึงสามารถดึงคนเก่งๆ เข้ามาสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์และเพื่อหาโอกาสในการขยายการลงทุนร่วมกับแบรนด์ที่มีศักยภาพทั้งในและต่างประเทศเพื่อขยายพอร์ตของ LA GLACE”