ธุรกิจเอสเอ็มอี ยอมรับไทยเผชิญวิกฤต 5 ด้าน หวังเศรษฐกิจไทยโต 1% ยาก หวั่นถึงขั้นติดลบ แนะรัฐเร่งแก้ปัญหาการเมืองด่วน

วันที่ 19 มิ.ย.2568 นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2568 จะขยายตัวหรือติดลบ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและการแก้ปัญหาในประเด็นต่างๆ 5 เรื่อง คือ 1.เสถียรภาพทางการเมือง 2.ความขัดแย้งระหว่างชายแดนไทยกับกัมพูชา ที่อาจเกิดปะทะและอาจยืดเยื้อข้ามปี กระทบต่อความเป็นอยู่และการค้าชายแดน

3.การเจรจาภาษีตอบโต้นำเข้าสินค้าของสหรัฐ อาจไม่บรรลุเป้าให้ถูกเก็บต่ำสุด จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกโดยรวม รวมถึงภาพพจน์ของประเทศไทยต่อการตัดสินใจลงทุนในอนาคต 4.การท่องเที่ยวไม่ฟื้น หากเกิดสถานการณ์ความขัดแย้ง นำไปสู่การชุมนุมในประเทศ ภาคท่องเที่ยวที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนจีดีพี 20% จะหดตัว และ 5.การปรับขึ้นค่าจ้างแรงงาน 400 บาท เป็นต้นทุนการทำธุรกิจให้สูงขึ้นต่อเนื่อง

“ในระยะสั้นปัญหาที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ เสถียรภาพการเมือง และการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้เกิดภาพการชุมนุมหรือปะทะกัน เพราะใครก็ไม่อยากเห็นภาพการใช้กำลัง หวังให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงเรื่องนี้ อย่าเล่นเกมกันจนกระทบต่อประเทศชาติ ตอนนี้เอกชนห่วงว่าเรื่องอาจลุกลามในทุกปัจจัย เพราะเกิดแล้วจะแก้ไขยาก และอย่าหวังเศรษฐกิจโต 1% เลย อาจติดลบได้ ส่วนต่อไปจะยุบสภาหรือลือกตั้งใหม่ เชื่อว่าเอกชนรับได้ในเวลาที่สองวิกฤตนี้เบาบางลง”

อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการ ประเมินสถานการณ์การเมืองว่า น่าจะเริ่มจากปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน ซึ่งส่วนตัวเสนอให้บุคคลและทีมงานที่ปรึกษา ที่มีฝีมือ เป็นที่ยอมรับ เข้ามาเร่งแก้วิกฤตศรัทธา กู้ภาพลักษณ์ และแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ตรงจุด วันนี้ต้องหาคนที่ใช้ กลยุทธ์ที่ชอบและตรงปก เป็นทีมเวิร์กในการบริหารประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน