เซ็นทรัล รีเทล เสนอรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติคุณภาพเที่ยวไทย พร้อมกางโรดแมพ 3 ปี ทุ่มกว่า 45,000 ล้าน โฟกัสตลาดไทย-เวียดนามเต็มสปีด
วันที่ 24 มิถุนายน 2568 นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ซีอาร์ซี (CRC) เปิดเผยว่า ในภาวะเศรษฐกิจไทยไม่เติบโต และเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
รวมทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทต้องคิดใหม่ และทำใหม่ โดยในระยะ 3 ปี (ปี 2568-2570) วางโรดแมพการดำเนินธุรกิจใหม่ ด้วยงบลงทุนรวมกว่า 45,000-47,000 ล้านบาท

ทั้งนี้การขยายธุรกิจจะเน้นในตลาดประเทศไทย และเวียดนาม วางแผนขยาย 55-69 สาขาใหม่ โดยในไทยจะเน้นขยายสาขาของศูนย์ค้าส่ง โก โฮลเซลล์ (WHOLESALE) 12-18 สาขา และการพัฒนา New Store Concept และ Fulfillment Store ให้เหมาะกับกลุ่ม HORECA และค้าปลีกอาหาร
ไทวัสดุ 13-16 สาขา ภายใน 3 ปี และออโต้ 1 (Auto1) ศูนย์บริการและจำหน่ายอุปกรณ์รถยนต์ครบวงจร ด้วยการเร่งเปิดสาขาเพิ่มไม่ต่ำกว่า 10 สาขาต่อปี ในขณะที่ห้างสรรพสินค้าจะเปิดเพียง 1-2 สาขาใน 3 ปีนี้
สำหรับในเวียดนาม จะเน้นศูนย์ค้าปลีก โก ไฮเปอร์ 4-6 สาขาต่อปี และมินิ โก 6-8 สาขาต่อปี จากปัจจุบันมี 26 สาขา ใน 34 จังหวัด ซึ่งเวียดนามยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก แต่มองว่ายังไม่เหมาะที่จะเข้าไปลงทุนค้าปลีกในรูปแบบห้างสรรพสินค้าที่จำหน่ายสินค้าลักซ์ชัวรี่
“จากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เป็นเรื่องท้าทายอย่างมากในการดำเนินธุรกิจ ทำให้ต้องดูการลงทุน และเข้าใจผู้บริโภคมากขึ้น และเข้าถึงลูกค้าได้ลึกกว่าเดิม การหาสินค้าในราคาย่อมเยา
และจัดโปรโมชั่นมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า พร้อมกันนี้การเน้นลงทุนในค้าปลีก อย่าง โก โฮลเซลล์ ไทวัสดุ หรือ ออโต้ 1 จะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าในกลุ่มกลางล่างให้กับบริษัทได้มากขึ้น จากเดิมมีฐานลูกค้ากลุ่มนี้เพียง 20%”

พร้อมกันนี้จะนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเสริมแกร่งให้กับการทำงานในทุกมิติขององค์กร ทั้งในแง่การเสริมศักยภาพให้บุคลากร เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงทำให้เข้าใจและเข้าถึงลูกค้าได้ลึกกว่าเดิม
เพราะผู้บริโภคในทุกวันนี้ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่มองหาประสบการณ์ที่ดีที่สุด คุ้มค่า สะดวก ง่าย และรวดเร็วอีกด้วย
อย่างไรก็ดีด้วยแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ บริษัทจะขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแกร่งในทุกมิติภายในระยะเวลา 3 ปีนี้ โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ และ EBITDA ต่อปีประมาณ 5%
นายสุทธิสาร กล่าวว่า ต้องยอมรับภาวะเศรษฐกิจไทยไม่เติบโต และกำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอตัวมาตั้งแต่เดือนเม.ย.ที่ผ่านมา จากในช่วงไตรมาสแรกยังดีอยู่ ในครึ่งปีหลังของปีนี้จึงอยากให้รัฐบาล มีมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ
นอกเหนือจากมาตรการดูแลค่าครองชีพของประชาชน ในเรื่องของค่าไฟฟ้า และน้ำมัน รวมถึงภาคการท่องเที่ยว ควรนำนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพเข้ามาท่องเที่ยวไทย อย่าง ยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย เพื่อเพิ่มการใช้จ่าย ส่วนความขัดแย้งในตะวันออกกลางมองว่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้นๆ เท่านั้น