อภิ-ปลากฏการณ์ “ปลา ไอเบอรี่” ถอดบทเรียนพลิกวิกฤต iberry group สู่ยักษ์วงการร้านอาหารไทยที่สร้างรายได้แตะ 4,400 ล้านบาท

วันที่ 25 มิถุนายน 2568 อัจฉรา บุรารักษ์ เจ้าของและผู้ก่อตั้งเครือ iberry group หรือ ปลา ไอเบอรี่ ผู้บริหารร้านอาหาร 15 แบรนด์ กล่าวในงาน “PRACHACHAT EXCLUSIVE FORUM 2025 คน…พลิกวิกฤต” ช่วงเสวนาพิเศษ “อภิ-ปลากฏการณ์” จัดโดย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึง แนวคิดการพาธุรกิจร้านอาหารฝ่าวิกฤติต่างๆ จนกลายเป็นหนึ่งในเครือธุรกิจอาหารใหญ่ที่มีถึง 15 แบรนด์ ว่า

หนึ่งในวิกฤตที่เป็นบทเรียนสำคัญและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เครือ iberry group คือ การระบาดของโรคโควิด-19 ถือเป็นบททดสอบยิ่งใหญ่ และได้ให้บทเรียนสำคัญไม่เพียงการประคองธุรกิจที่มีพนักงานกว่า 500 คน และสาขาส่วนใหญ่อยู่ในศูนย์การค้าให้สามารถผ่านพ้นวิกฤติมาได้ แต่ยังรวมถึงการทำให้ธุรกิจแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าก่อนเผชิญวิกฤตด้วย

สะท้อนจากยอดขายซึ่งก่อนวิกฤตโควิดอยู่ที่ประมาณ 1,100 ล้านบาท แต่ปัจจุบันเติบโตเป็น 4,400 ล้านบาทแล้ว

โดยในการรับมือวิกฤตนั้นสิ่งสำคัญที่สุด คือ เวลา แบรนด์ที่ขยับตัวเร็วลุกขึ้นมาทำสิ่งต่างๆ ก่อน ตลาดจะจดจำแบรนด์ได้ รวมถึงยังเป็น case study ให้กับเพื่อนๆ ในวงการว่า แม้จะเป็นแบรนด์ที่มีพนักงานจำนวนมาก ยังตัดสินใจสู้กับวิกฤต

ทั้งนี้การจะขยับตัวได้เร็วนั้น จะต้องเริ่มจากการตั้งสติวิเคราะห์หาจุดแข็งและแก่นของธุรกิจ วิเคราะห์ให้ออกปัญหา

จากนั้นจึงแก้ปัญหาไปที่ละขั้น โดยโฟกัสเรื่องที่ถนัด เช่น ทำรสชาติให้อร่อย ทำให้คนนึกถึงในช่วงอยากทานอาหาร เป็นต้น โดยต้องไม่ยอมแพ้

ซึ่งการรับมือวิฤตโควิดฯ ด้วยแนวทางนี้ทำให้เครือ iberry group กล้าออกจาก comfort zone หรือพื้นที่ปลอดภัยของตนเอง และทำหลายสิ่งที่ยุคนั้นไม่เคยทำมาก่อน รวมถึงได้เห็นโอกาสในวิกฤต

ไม่ว่าจะเป็น การทำเดลิเวอรี่และสร้างแบรนด์เจริญแกงขายข้าวแกงกล่องละ 100-120 บาท จนมีรายได้พอจ่ายเงินเดือนพนักงานหลายร้อยคน, การออกสู่ทำเลห้างสรรพสินค้ามาทำสแตนอโลนที่ดึงดูดลูกค้าด้วยตัวเองไม่พึงพาทราฟฟิคห้างอย่างเดียว,

ส่วนในห้างก็สปีดรายได้ด้วยการนำ 5–7 แบรนด์เข้าไปเปิดด้วยกัน, การร่วมมือกับเซเว่นอีเลฟเว่นทำข้าวกล่อง, การทำคราวน์คิชเช่น ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ไม่เพียงสามารถรับมือวิกฤตโควิดฯ แต่หลายสิ่งที่ทำให้ช่วงโควิดกลายเป็นอีกหนึ่งรายได้สำคัญ

เช่น แบรนด์เจริญแกงที่จับฐานลูกค้าพนักงานออฟฟิศได้เหนียวแน่น รวมถึงเป็นเครื่องมือให้เครือสามารถนำมารับมือสถานการณ์และวิกฤตต่างๆ ในอนาคตได้ด้วย

อัจฉรา ย้ำว่า นอกจากยุทธศาสตร์การรับมือวิกฤตแล้ว ทีมพนักงานและพาร์ทเนอร์ยังเป็นอีกปัจจัยของความสำเร็จ เพราะธุรกิจอาหารทีมงาน คือ สิ่งสำคัญที่สุด แม้จะมีแม่ทัพที่สามารถตัดสินใจเลือกสินค้าได้แม่นยำ สร้างแบรนด์ได้เก่ง

แต่หากไม่มีทีมพนักงาน, พาร์ทเนอร์ที่เป็นมิตรแท้ และระบบหลังบ้านที่แข็งแกร่ง ก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ โดยธุรกิจต้องจริงใจกับพนักงาน ให้เครดิตความสำเร็จและให้ผลตอบแทนที่แฟร์ ซึ่งจะทำให้องค์กรยิ่งแข็งแรง สามารถเดินหน้าไปด้วยกันโดยไม่สูญเสียบุคลากรศักยภาพสูงให้กับคู่แข่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน