กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งทำแผน 4 ระยะ รับมือพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม
นายพีรพันธ์ กล่าวว่า หน่วยงานได้เร่งปรับบทบาทการทำงานจากการรอสำรวจความเสียหายมาเป็นการ ‘ประเมินล่วงหน้า – เตือนล่วงหน้า – วางแผนฟื้นฟูล่วงหน้า’ ผ่านชุดข้อมูลแผนที่ความเสี่ยง และการจำแนกกลุ่มพืชตามระดับความเปราะบางและความล่อแหลม โดยยกระดับมาตรการรับมือภัยน้ำท่วมในภาคการเกษตรด้วยการจัดระบบการประเมินความเสี่ยงรายพืช รายพื้นที่ และการเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอและตำบลให้สามารถเป็น “ด่านหน้า” ที่เชื่อมโยงการเตือนภัย การจัดการน้ำ และการฟื้นฟูพืชผลอย่างเป็นระบบให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
แบ่งเป็น 4 ระยะ ดังนี้
1. ระยะลดผลกระทบ (Mitigation) โดยการวางแผนล่วงหน้า ปรับแปลงเพาะปลูกให้มีทางระบายน้ำ สร้างคันดินหรือประตูน้ำ เลือกพืชที่ทนทานต่อภาวะน้ำหลาก รวมถึงจัดตารางปลูกให้เหมาะกับฤดูกาล
นายพีรพันธ์ กล่าวว่า ตัวอย่างความเปราะบางของกลุ่มพืชต่อภาวะน้ำท่วม เช่น ข้าว: หากน้ำท่วมช่วงข้าวออกรวง เมล็ดอาจงอกคารวง เสียหายหนัก แม้ในพื้นที่ลุ่ม พืชไร่ ได้แก่ ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย ทนน้ำขังได้ไม่เกิน 2 – 3 วัน จะส่งผลให้รากเน่า โคนเน่าและต้นตาย พืชสวน ได้แก่ ทุเรียน มะม่วง มะนาว จมน้ำเกิน 3 – 5 วัน โดยเฉพาะรากอ่อนในช่วงออกผล พืชผัก ได้แก่ คะน้า ผักกาด หอม กระเทียม ต้นช้ำและเน่าเร็วแม้ถูกน้ำท่วมเพียง 1 – 2 วัน พืชน้ำมัน : ถั่วลิสง ถั่วเหลือง งา ฝักเน่าเสียหายหากน้ำขังเกิน 24 ชั่วโมง ปาล์ม/มะพร้าวต้นเล็กเสี่ยง โค่นล้ม เป็นต้น
ทั้งนี้ ขอให้เกษตรกรติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศและข่าวสารจากหน่วยงานของรัฐอย่างใกล้ชิด และสามารถขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอและสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน และปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความพร้อมรับมือ ลดผลกระทบจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน