“อัครา”หนุน ประมงยกรับดับมาตรฐานปลาสวยงาม “ ปลากัด ปลาสอด ปลาหางนกยูง ” ผนึกไปรษณีย์ส่งออก ยุโรป อเมริกา จีน หลังปี 2567 ส่งออกกว่า 1,000 ล้านบาท
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย ผลักดันด้านการขนส่งสัตว์น้ำ ผ่านระบบขนส่งไปรษณีย์ไทย พร้อมพิจารณาเพิ่มชนิดสัตว์น้ำ ที่ผ่านการทดสอบระบบขนส่งจำนวน 3 ชนิด ได้แก่ สาหร่ายพวงองุ่น สาหร่ายผักกาดทะเล และเห็ดทะเล จากเดิมที่มี 7 ชนิด ได้แก่ ปลากัด ปลาสอด ปลาหางนกยูง กบ ปลาไหล กลุ่มหอยฝาเดียวและไข่หอย กลุ่มพรรณไม้น้ำ ทั้งหมดสามารถขนส่งผ่านไปรษณีย์ไทย ภายในเดือนก.ค. 2568
รวมทั้งหารือแนวทางการส่งออกสัตว์น้ำสวยงาม ไปต่างประเทศร่วมกับไปรษณีย์ไทย โดยพิจารณาขอบเขตความร่วมมือในการจัดทำบันทึกแนบท้ายข้อตกลงใ นการส่งออกสัตว์น้ำสวยงามผ่านช่องทางไปรษณีย์ไทย เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางให้ผู้เพาะเลี้ยง ฟาร์ม ผู้ประกอบการ ที่ส่งออกปลากัดและปลาสวยงาม โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรทุกระดับสามารถดำเนินการส่งออกสัตว์น้ำไปยังต่างประเทศได้โดยตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง
สำหรับ ประเทศผู้นำเข้าสำคัญ คือ สหรัฐอเมริกา สัดส่วน 20% สหภาพยุโรป สัดส่วน 13.2% และ จีน สัดส่วน 10%

ทั้งนี้ นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายเน้นการสร้างอาชีพ สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพผลผลิตสัตว์น้ำ เพิ่มช่องทาง เพิ่มตลาดให้เกษตรกรไทย เพื่อสร้างรายได้สู่ครัวเรือนเกษตรกร เตรียมยกระดับมาตรฐานสินค้าปลาสวยงาม สินค้าสัตว์น้ำสวยงามให้ได้ตามมาตรฐานของประเทศผู้ค้า รวมถึงการพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคให้มากที่สุด เพื่อความหลากหลาย สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้
ปัจจุบันการเลี้ยงปลาสวยงาม เป็นงานอดิเรกที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก มีการซื้อขายทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยจากสถิติของธนาคารโลกในปี 2567 มีมูลค่าการซื้อขายทั่วโลก ประมาณ 10,000 ล้านบาท ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกอันดับต้นๆของโลก มีมูลค่าการส่งออกกว่า 1,000 ล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 11 % เกษตรกรไทยมีความสามารถผลิตสัตว์น้ำที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ได้รับความนิยมจากตลาดโลก

สัตว์น้ำที่สำคัญในการส่งออก ได้แก่ ปลากัด โดยเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2568 รัฐบาลได้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดเอกลักษณ์ประจำชาติ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ยกย่องให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ปัจจุบันปลากัดได้รับการพัฒนาด้านการเพาะเลี้ยง และปรับปรุงพันธ์จากกลุ่มผู้เพาะเลี้ยง จนเกิดรูปร่างลักษณะที่มีความหลากหลาย รวมทั้งสีสันที่สวยงามจนได้รับการยอมรับจากทั่วโลก
จนนำไปสู่การค้าเชิงพาณิชย์ โดยประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกปลากัดประมาณ 400 ล้านบาท หรือราว 40% ของการส่งออกสัตว์น้ำทั้งหมด รองลงมา คือ ปลาทองสัดส่วน 7.3% ปลาหางนกยูงและปลาสอดสัดส่วน 6.4% กุ้งสวยงาม สัดส่วน 5.8% กลุ่มปลาหมอสีและปลาออสการ์ สัดส่วน 3.9% และปลาชนิดอื่นๆโดยเฉพาะปลาสวยงามพื้นเมืองของประเทศไทย เช่น ปลาก้างพระร่วง ปลาลูกผึ้ง ปลาซิวต่างๆ