95 ปี บขส. เตรียม โละรถเก่า 250 คัน เปิดตัวรถใหม่ 311 คัน ประเดิมลอตแรก 99 คัน ให้บริการวันที่ 9 เดือน 9

วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม เปิดเผย ภายหลังเป็นประธานเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนา บริษัท ขนส่ง จำกัด “95 ปี บขส. ยกระดับการให้บริการ เพื่อประชาชน” ว่า “หลังจากที่ได้มีพิธีลงนามสัญญาจ้าง นายอรรถวิท รักจำรูญ ขึ้นดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)

ตนเชื่อว่า ประสบการณ์การทำงานกับบขส.ที่ผ่านมาของ นายอรรถวิท จะทำให้ บขส. มีความคล่องตัวมากขึ้นต่อเนื่องโดยที่ผ่านมา บขส. ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ซึ่งตนก็ย้ำให้ บขส. เพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริการรถโดยสาร และการพัฒนาสถานีขนส่งผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก และปลอดภัย

นับจากนี้ บขส. จะต้องปรับรูปแบบการให้บริการจากเดิมที่มุ่งเน้นเดินรถทางไกล มาเน้นบทบาทเป็นระบบขนส่งรอง (ฟีดเดอร์) เชื่อมต่อกับระบบราง โดยเฉพาะรถไฟทางคู่ที่กำลังทยอยเปิดให้บริการทั่วประเทศ ซึ่งเชื่อว่าจะกลายเป็นทางเลือกหลักของประชาชนในการเดินทางข้ามจังหวัดในอนาคต

ดังนั้น บขส. จึงต้องพิจารณาเปิดเส้นทางใหม่ที่สามารถเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟ และพื้นที่ที่รถไฟยังไม่เข้าถึง เพื่อรองรับการเดินทางแบบไร้รอยต่อ รวมถึงเดินหน้าขยายเส้นทางระหว่างประเทศให้มากขึ้น รองรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่กำลังเปิดกว้าง”

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน บขส. กำลังเร่งจัดหารถโดยสารชุดใหม่เพื่อทดแทนรถเก่าที่ให้บริการมายาวนาน โดยจะเริ่มนำรถโดยสารรูปแบบใหม่ชุดแรก 99 คัน มาให้บริการในวันที่ 9 กันยายน 2568 นี้ และทยอยเพิ่มจนครบ 311 คัน ภายในสิ้นปี 2568 โดยจะให้บริการครอบคลุมทั้ง 71 เส้นทางทั่วประเทศ

นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ระบุว่า บขส. ได้ลงนามสัญญากับบริษัท อิทธิพร อิมปอร์ต จำกัด จัดหารถโดยสาร 311 คัน วงเงินกว่า 3,018 ล้านบาท โดยเป็นการเช่าระยะเวลา 5 ปี ครอบคลุมถึงค่าซ่อมบำรุงทั้งหมด

รถโดยสารชุดใหม่นี้เป็นยี่ห้อ MAN (เอ็มเอเอ็น) จากประเทศเยอรมนี ใช้น้ำมันดีเซลมาตรฐานยูโร 5 ซึ่งสามารถควบคุมการปล่อยมลพิษไอเสียจากยานยนต์ที่เข้มงวดกว่า มาตรฐานยูโร 4 ถือเป็นรถโดยสารรุ่นแรกที่นำเข้ามาใช้งานในประเทศไทย โดยมีคุณสมบัติช่วยลดการใช้พลังงานได้ถึง 20–30%

และลดการปล่อยมลพิษลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งรถโดยสารใหม่ทั้งหมดจะมาแทนที่รถเก่าประมาณ 250 คัน ซึ่งมีอายุการใช้งานมานานถึง 30–50 ปี โดยรถเก่าจะถูกเปิดประมูลขายหรือปรับปรุงเพื่อเสริมบริการในบางเส้นทาง

ซึ่งการจัดหารถครั้งนี้ ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบำรุงปีละกว่า 100 ล้านบาท โดยหากคิดค่าเช่ารวมค่าซ่อมเฉลี่ยไม่เกินอยู่ที่วันละ 5,000 บาทต่อคันต่อวัน คาดว่า จะทำให้มีกำไรจากการเช่ารถประมาณ 300-400 ล้านบาทต่อปี ซึ่งภายในสิ้นปี 2568 รถที่ให้บริการของ บขส. จะเป็นรถใหม่ทั้งหมด ช่วยยกระดับคุณภาพบริการให้ประชาชนได้รับความสะดวก ปลอดภัย และได้มาตรฐาน

สำหรับรถโดยสาร 311 คันใหม่ จะแบ่งส่งมอบออกเป็น 4 งวด ได้แก่ งวดแรกในวันที่ 9 กันยายน 2568 นี้ จำนวน 99 คัน, งวดสองวันที่ 9 ตุลาคม 2568 จำนวน 95 คัน, งวดสามวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 จำนวน 76 คัน และงวดสุดท้ายในวันที่ 8 ธันวาคม 2568 อีก 41 คัน โดยสัญญาเช่าจะเริ่มนับจากวันส่งมอบแต่ละงวด และมีอายุเช่า 5 ปีเต็ม

โดยในจำนวนรถโดยสาร 311 คัน แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
1. รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 VIP (ม.1 ก) ขนาด 12 เมตร 24 ที่นั่ง จำนวน 28 คัน
2. รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 พิเศษ (ม.1 พ) ขนาด 12 เมตร 32 ที่นั่ง จำนวน 50 คัน
3. รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 (ม.1 ข) ขนาด 12 เมตร 36 ที่นั่ง จำนวน 233 คัน

นายอรรถวิท กล่าวว่า ปัจจุบัน บขส. มีผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 90,000–110,000 คนต่อวัน และเพิ่มขึ้นเป็น 120,000–140,000 คนในช่วงเทศกาลต่อวัน โดยบางวันสูงสุดถึง 160,000 คนต่อวัน คาดว่า รถชุดใหม่นี้จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้อย่างเพียงพอ

“การตัดสินใจจัดหารถครั้งนี้สอดคล้องกับทิศทางใหม่ของ บขส. ในโอกาสก้าวสู่การครบรอบ 96 ปี โดยมุ่งยกระดับการให้บริการควบคู่กับการหารายได้ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจรับส่งพัสดุภัณฑ์ รวมถึงขยายช่องทางจำหน่ายตั๋วโดยสารให้หลากหลายมากขึ้น” นายอรรถวิท กล่าว

ปัจจุบัน บขส. มีรายได้ปีละประมาณ 1,988 ล้านบาท ตั้งเป้าว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า จะเพิ่มรายได้เป็น 3,500 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการเดินรถ 2,500 ล้านบาท รายได้เชิงพาณิชย์ 500 ล้านบาท และจากการขนส่งพัสดุอีก 500 ล้านบาท

โดยคาดว่าในปี 2569 จะเป็นปีแรกที่ บขส. กลับมามีกำไร หลังจากขาดทุนสะสมต่อเนื่องตั้งแต่ช่วง โควิด-19 ซึ่งปัจจุบันมีหนี้สะสมประมาณ 3,000 ล้านบาท ตั้งเป้าจะล้างหนี้ให้หมดภายใน 4 ปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน