ม.หอค้าไทย ประเมินวันหยุดยาว 4 วัน อาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา ยอดใช้จ่าย 6-8 พันล้านบาท ชี้กรณีฉาว “สีกาสึกพระ”ไม่กระทบศรัทธางานบุญ
วันที่ 10 กรกฎาคม นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ว่า ประเมินจากวันหยุดยาวตั้งแต่ 10-13 กรกฎาคม รวม 4 วัน จะมีผลต่อการเดินทางเข้าไปทำบุญพร้อมกับการพักผ่อนค้างคืน 1-2 คืน
ส่งผลต่อการใช้จ่ายช่วงวันอาสาฬหบูชา ต่อถึงวันเข้าพรรษารวมประมาณ 6,000-8,000 ล้านบาท หรือ ขยายตัวจากปีก่อนประมาณ 2-3% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการสำรวจล่าสุดในปี 2566 ที่มีการใช้จ่าย2วันสำคัญนี้รวม 6,477 ล้านบาท
“การกำหนดคาดการณ์เงินสะพัดกว้างระหว่าง 6-8 พันล้าน เนื่องจากมีหลายปัจจัยกระทบต่อการใช้จ่าย ตั้งแต่ปัญหาหนี้ครัวเรือน มองเศรษฐกิจสะลึมสะลือ ความกังวลต่อสถานการณ์ภาษีทรัมป์ สงครามการค้า เสถียรภาพทางการเมือง
และเริ่มกังวลต่อรายได้และการจ้างงานในอนาคต แต่เชื่อว่าการใช้จ่ายขยายตัว 2-3% เทียบกับการใช้จ่ายการทำบุญในเทศกาลทางศาสนาที่ผ่านมาในปีนี้ อีกทั้งคนไทยกว่า 80% ยังให้ความสำคัญต่อการทำบุญไหว้พระในเทศกาลวันทางศาสนา” นายธนวรรธน์ กล่าว
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า กรณีกระแสฉาวของพระกับสีกาในขณะนี้นั้น เชื่อว่าไม่มีผลกระทบวงกว้างต่อศรัทธาของคนไทยที่จะทำบุญไหว้พระ ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ซึ่งจากการสำรวจการทำบุญไหว้พระของคนไทย พบว่าแยกสาเหตุได้ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ยังศรัทธาต่อการทำบุญก็จะยังทำบุญกับวัดและไหว้พระเหมือนปกติ
อีกกลุ่มศรัทธาในธรรมะทำสอนในพุทธศาสนา และกลุ่มยังศรัทธาคำสอนในพระสงฆ์ที่นับถือ โดยไม่มี ความเคลือบแคลงใดๆ ส่วนใหญ่ระบุว่ายังแยกแยะได้ แต่เงินที่จะใช้ทำบุญอาจไม่เท่าเดิม ตามภาวะเศรษฐกิจของตน และครอบตัวที่ไม่ดีเหมือนในอดีต มากกว่าสาเหตุอื่นๆที่จะไม่ทำบุญ หรือเดินทางเข้าวัด