ปี 2563 ธนาคารกรุงเทพเข้าซื้อกิจการธนาคารเพอร์มาตา อินโดนีเซีย มูลค่า ราว 85,600 ล้านบาท ถือเป็นดีล (M&A) ข้ามชาติใหญ่ที่สุดในอาเซียน ทั้งนี้เพื่อขยายเสริมความแข็งแกร่งสู่การเป็นธนาคารระดับภูมิภาค ในโอกาสนี้ระหว่างวันที่ 27-30 มิ.ย.2568 ธนาคารกรุงเทพ จึงได้นำคณะสื่อมวลชนเดินทางไปเยี่ยมชมธนาคารเพอร์มาตา บาหลี และ จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

คณะผู้บริหารธนาคารเพอร์มาตา
ซื้อเพอร์มาตาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่าธนาคารกรุงเทพเป็นธนาคารต่างชาติแห่งแรกในอาเซียนที่ได้รับใบอนุญาตทำธุรกิจในอินโดนีเซียตั้งแต่ปี 2511 ด้วยการเปิดสาขาแรกในจาการ์ตา จากวิสัยทัศน์ของนายชิน โสภณพนิช ผู้ก่อตั้งธนาคารกรุงเทพ หลังจากนั้นก็เปิดสาขาสุรายาบา และสาขาเมดาน ก่อนที่ในปี 2563 ได้เข้าซื้อธนาคารเพอร์มาตา และควบรวมธนาคารกรุงเทพ 3 สาขา ดังกล่าวเข้ากับธนาคารเพอร์มาตา ทำให้ธนาคารเพอร์มาตาก้าวขึ้นจากธนาคารอันดับ 12 สู่การเป็นหนึ่งใน 10 อันดับแรก ด้วยเครือข่ายกว่า 200 สาขา ครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคล ธุรกิจในประเทศ และต่างชาติที่ต้องการลงทุนในอินโดนีเซีย

ชาติศิริ โสภณพนิช
จะเห็นว่าอินโดนีเซียมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ใหญ่กว่าไทย 2 เท่า และใหญ่สุดในอาเซียน จากประชากรกว่า 270 ล้านคน เป็นอันดับ 4 ของโลก และ 60% อยู่ในวัยทำงานที่มีอัตราการบริโภคสูง ทำให้เศรษฐกิจโตต่อเนื่อง 5-6% ท่ามกลางความผันผวนเศรษฐกิจโลก และการเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS ของอินโดนีเซีย ยังช่วยลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อีกด้วย
นายชาติศิริ ฉายภาพให้ฟังว่าอินโดนีเซียมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม และลงทุนก็เพียบพร้อม ธนาคารจึงมุ่งเชื่อมโยงนักลงทุนและผู้ประกอบการไทยให้เข้ามาใช้ประโยชน์จากโอกาสการลงทุนในประเทศนี้ โดยสนับสนุนให้ธนาคารเพอร์มาตาจัดตั้งฝ่ายพัฒนาและที่ปรึกษาธุรกิจระหว่างประเทศ เพื่อรองรับลูกค้าในเครือข่ายของธนาคารกรุงเทพ ในกลุ่มอาเซียน จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการเข้ามาลงทุนในอินโดนีเซีย และลูกค้าอินโดนีเซียที่ต้องการไปลงทุนในภูมิภาคอื่น ด้วยการจัดหาเงินทุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้

การประสานจุดแข็งด้านเครือข่ายของธนาคารกรุงเทพ ในระดับภูมิภาคเข้ากับความเชี่ยวชาญในตลาดท้องถิ่นของเพอร์มาตา ช่วยสนับสนุนยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงอาเซียน (Connecting ASEAN) ที่เป็นเหมือน ‘เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน’ ของนักลงทุน โดยในช่วงครึ่งแรกปี 2567 ไทยมีการลงทุนในอินโดนีเซีย 225 ล้านดอลลาร์ ระหว่างปี 2560-2565 ลงทุนรวม 1.52 พันล้านดอลลาร์ ในกว่า 1,400 โครงการ อินโดนีเซียเป็นคู่ค้าสำคัญ โดยปีที่ผ่านมา ไทยส่งออกสินค้าไปมูลค่า 10.25 พันล้านดอลลาร์ และเป็นตลาดส่งออกใหญ่อันดับ 4 ของอินโดนีเซียโดยมีมูลค่าส่งออกถึง 7.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
เป้าหมายเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของโลก
นางเมลิสา รุสลี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพอร์มาตาอินโดนีเซีย ในเครือธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ประชากรอินโดส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน ส่งผลดีต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ตามยุทธศาสตร์ “Golden Indonesia 2045” ของรัฐบาลอินโดนีเซียที่เน้นโครงการเศรษฐกิจสีเขียว การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และโครงการเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่จะเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของโลกภายในปี 2588

เมลิสา รุสลี
ปัจจุบันรัฐบาลอินโดนีเซีย มีนโยบายเชิงรุกในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ผ่านมาตรการด้านกฎหมาย สิทธิประโยชน์ ซึ่งธนาคารเพอร์มาตาพร้อมผลักดันลูกค้า และพันธมิตรในภูมิภาคเพื่อคว้าโอกาส ผ่านบริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างครบวงจร พร้อมให้คำปรึกษาเชิงลึกด้วยเครือข่ายกว่า 240 สาขาที่ครอบคลุม 82 เมืองสำคัญทั่วอินโดนีเซีย และมีฐานลูกค้ากว่า 6.2 ล้านราย
“นโยบายของรัฐบาลอินโดนีเซีย สอดคล้องกับการดำเนินงานของธนาคารเพอร์มาตา ภายใต้การสนับสนุนของธนาคารกรุงเทพ เพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้าในหลายด้าน เช่น บริการ Asia Same Day Payment บริการโอนเงินแก่ลูกค้านำเข้าและส่งออกได้ภายในวันเดียว รวมทั้งการสนับสนุนสินเชื่อธุรกิจสีเขียว ซึ่งธนาคารมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการ และผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ครบทุกมิติ” นางเมลิสา กล่าว
ทั้งนี้ ในปี 2567 ธนาคารเพอร์มาตา ได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ตราสัญลักษณ์บัวหลวง เพื่อสะท้อนความเป็นหนึ่งเดียวในมาตรฐานการบริการ ภายใต้แนวคิด “One Family One Team” ของธนาคารกรุงเทพ โดย ณ สิ้นปี 2567 ธนาคารเพอร์มาตาเติบโตแข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับปี 2566 โดยมีสัดส่วนสินเชื่อ12% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมดของธนาคารกรุงเทพ
โดยตั้งแต่การเข้าซื้อกิจการในปี 2563 สัดส่วนสินเชื่อในต่างประเทศต่อสินเชื่อรวมของธนาคารกรุงเทพเพิ่มขึ้นจาก 17% เป็น 25% (ข้อมูล ณ ธันวาคม 2567) ส่งผลให้ปัจจุบันธนาคารเพอร์มาตากลายเป็น 1 ใน 10 ของธนาคารที่มีสินทรัพย์รวมใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย มีเครือข่ายสาขาให้บริการ 240 สาขา กระจายอยู่ใน 82 เมืองสำคัญทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568)
เศรษฐกิจโตปีละ 5%
ทางด้าน นายโจชัว พาร์เดเด หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารเพอร์มาตา ระบุว่าด้วยจุดแข็งการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศอินโดนีเซียที่สามารถยืนระยะยาวในระดับ 5% ต่อปี

โจชัว พาร์เดเด
ขณะที่รัฐบาลมีนโยบายลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รองรับการเติบโตใยระยะ 10-20 ปี มีเป้าหมายเพิ่มผู้มีรายได้ปานกลาง 80% ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันสูงมากเป็นอันดับ 2 ในอาเซียนจึงเป็นโอกาสให้นักธุรกิจไทยและต่างประเทศให้ความสนใจเข้าลงทุนในอินโดนีเซีย โดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมเหมือง กระดาษ หรือแม้กระทั่งสตาร์ตอัพซึ่งเป็นจุดแข็งของอินโดนิเซีย

กอบศักดิ์ ภูตระกูล
หนุนไทยมี Regional Champion
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่าการลงทุนในธนาคารเพอร์มาตา นับเป็นครั้งแรกของธนาคารกรุงเทพ ที่ออกไปทำธุรกิจรายย่อยนอกประเทศไทย และยังสามารถระดมเงินฝากที่มีต้นทุนต่ำได้อีกด้วย ทำให้ธนาคารกรุงเทพมี 2 ขาทั้งในไทยและอินโดนิเซีย ในวันที่เมืองไทยโตไม่ได้เราก็คงไม่ตื่นเต้น เพราะยังมีธุรกิจอีกประเทศที่โตได้ดี ในอนาคตอยากเห็นประเทศไทยมี Regional Champion เป็น Regional Bank ซึ่งขณะนี้ธนาคารกรุงเทพก้าวไปสู่จุดนั้นแล้ว และกำลังจะกลายเป็นแบงก์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงที่อาเซียนกำลังเปลี่ยน ซึ่งกลายเป็นโอกาสในการทำธุรกิจของเรา
ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงก้าวสำคัญของธนาคารกรุงเทพ ในการยกระดับสู่การเป็นธนาคารระดับอาเซียนอย่างเต็มตัว