เค.เอ็น.เอ.ฯ ร่วมกับ คลินิกความงามชั้นนำ ไดมอนด์ ไบโอเทคโนโลยีฯ จากไต้หวัน ลงทุนกว่า 2,500 ล้าน เปิดโรงงานสินค้าเวชศาสตร์ความงามเป็นครั้งแรก ดันไทยเป็นเมดิคัลฮับ
วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 นายนาดิ้รชา ปาทาน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค.เอ็น.เอ. อินเตอร์ฟาร์มา จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจด้านอุตสาหกรรมความงามและเครื่องมือแพทย์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมกับทีมแพทย์ผู้บริหารคลินิกความงามชั้นนำ

ซึ่งนำโดยรัสมิ์ภูมิ คลินิก และกับ บริษัท ไดมอนด์ ไบโอเทคโนโลยี จำกัด จัดตั้งบริษัทร่วมทุน ภายใต้ชื่อบริษัท เอลเธทิคส์ อลิแอนซ์ ออล จำกัด หรือ AAA เพื่อเปิดโรงงานผลิตเครื่องมือแพทย์ด้านเวชศาสตร์ความงามเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 2,500 ล้านบาท
“หลังจากบริษัทได้ก่อตั้งมากว่า 3 ปี ได้นำเข้าผลิตภัณฑ์มาจัดจำหน่าย เห็นว่ามูลค่านำเข้าเป็นแสนล้านบาท แต่ยังไม่สามารถผลิตเองได้ในไทย ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญ ที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมความงามไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
โดยบริษัทมองเห็นศักยภาพของไดมอนด์ ไบโอเทคโนโลยีฯ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านชีวการแพทย์ และเวชศาสตร์ความงามระดับโลกจากไต้หวัน เป็นอันดับ 1 ทำให้เห็นโอกาสที่ไทยจะเป็นผู้ผลิตและส่งออกได้แล้ว ร่วมกันผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางเครื่องมือแพทย์ด้านเวชศาสตร์ความงาม หรือ เมดิคัลฮับในระดับสากลได้”
นายแพทย์อารอน เชีย-เซียน เซีย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไดมอนด์ ไบโอเทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้ศึกษาตลาดในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยที่มีความโดดเด่นในฐานะเมดิคัลฮับของภูมิภาค ทั้งในด้านบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความสามารถ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดความงาม
รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านภาษี และการส่งเสริมลงทุนที่เอื้ออำนวย จึงเลือกที่จะเข้ามาลงทุนในไทย และเป็นการลงทุนในต่างประเทศเป็นประเทศแรก
การลงทุนจะแบ่งเป็น เงินทุน 500 ล้านบาท สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน เครื่องจักร การวิจัยและพัฒนา และสิทธิบัตรการผลิต 4 รายการซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ในกลุ่มความงาม (Aesthetic) อีกกว่า 2,000 ล้านบาท ที่จะนำมาใช้ในโรงงานแห่งนี้
โดยจะเริ่มก่อสร้างในปี 2569 และคาดว่าจะสามารถเริ่มขบวนการผลิตได้ในปี 2570 จะเริ่มผลิต สิทธิบัตรการผลิต 4 รายการก่อน ได้แก่ ไหมยกกระชับ และไบโอสติมูเลเตอร์ (Biostimulators) ที่ผ่านขั้นตอนทางกฎหมายแล้ว หลังจากนั้นจะผลิต
หลังจากผลิตแล้วจะรองรับตลาดในไทย 30% และส่งออก 70% ในช่วง 6 เดือนแรกจะเริ่มส่งออกไปจีน และอินโดนีเซียก่อน หลังจากนั้นไปประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาคตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา โดยในปีแรกตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ 500 ล้านบาท จากตลาดส่งออก และคาดว่าจะใช้เวลาคืนทุนใน 3 ปี

ด้านนายแพทย์รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง และผู้ก่อตั้งรัสมิ์ภูมิ คลินิกกล่าวว่า ตลาดความงามของประเทศไทยที่มีมูลค่า 76,500 ล้านบาท มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกปี ซึ่งปีล่าสุดเติบโต 2.8% แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจตก แต่ยังมีศักยภาพเติบโตสูง
ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า ธุรกิจความงามในประเทศไทยเติบโตต่อเนื่อง 5 ปี และเป็นหนึ่งใน 10 ธุรกิจดาวเด่นประจำปี 2568 ซึ่งความร่วมมือกันครั้งนี้นอกจากจะมีทางเค.เอ็น.เอ.ฯ และไดมอนด์ ไบโอเทคโนโลยีฯ รวมทั้งรัสมิ์ภูมิ คลินิกแล้ว
ยังมีพันธมิตรทางการแพทย์ที่ได้มาร่วม อาทิ นายแพทย์ปิยวัฒน์ หิรัญนาท ผู้บริหาร และผู้ก่อตั้ง Kay Hay Clinic แพทย์หญิงนาตยา รักพ่วง แพทย์เฉพาะทางด้านนรีเวชวิทยาและผู้ก่อตั้ง Dr. Aomthong Clinic และนายแพทย์กิตติธัช สินพิพัฒน์พร ผู้บริหาร และผู้ก่อตั้ง La Ferly Clinic
“ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระดับประเทศ ที่ไทยจะมีโรงงานเป็นครั้งแรก และทำให้ผู้บริโภคได้รับบริการด้วยต้นทุนที่ถูกลงอย่างน้อย 30% เพราะไม่ต้องนำเข้าที่มีภาษี 30% และร่วมกันต่อยอดพัฒนาอุตสาหกรรมเวชศาสตร์ความงามไทย และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฮับที่ครบวงจร” นายแพทย์รัสมิ์ภูมิ กล่าว