รฟท.จ่อเปิดประมูล ไฮสปีด ไทย-จีน เส้น กรุงเทพฯ-หนองคาย ไตรมาส 3 ปี 69

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นประธานในเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อแนะนำโครงการศึกษา ทบทวน และวิเคราะห์ความเหมาะสมของการจัดทำเอกสารประกวดราคา ตลอดจนแนวทางการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพมหานคร – หนองคาย ภายใต้ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย และจีน (ไฮสปีดไทย – จีน) ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรก

นายวีริศ กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญในการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจ ตลอดจนขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และเติบโตอย่างยั่งยืน

ตลอดจนมีแนวทางในการร่วมมือกับภาคเอกชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) โดยให้เอกชนร่วมดำเนินงานในส่วนของการติดตั้งงานระบบการบริหารจัดการเดินรถ และการบำรุงรักษา ตลอดแนวเส้นทางช่วงกรุงเทพฯ – หนองคาย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย ความตรงต่อเวลา และความพึงพอใจของผู้โดยสาร

นายวีริศ ระบุว่า เชื่อว่าจะมีทั้งเอกชนไทยและต่างชาติเข้าร่วมประมูลโครงการ PPP เพื่อบริหารและเดินรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน โดยเอกชนไทยที่รฟท. เล็งเห็นว่าเข้าเงื่อนไขในการร่วมลงทุนได้ จะต้องเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ในการบริหารระบบรถไฟฟ้า ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่ราว 2–3 ราย ขณะที่เอกชนต่างชาติสามารถจับมือร่วมทุนกับเอกชนไทยได้เช่นกัน ทั้งนี้ กลุ่มทุนจากจีนแสดงความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายนี้จะเชื่อมต่อโดยตรงไปยังประเทศจีน

สำหรับความคืบหน้าหลังจาก หลังเปิดรับฟังความเห็นครั้งนี้ รฟท. จะเปิดเวทีรับฟังความเห็นของภาคเอกชนในช่วงเดือน ตุลาคม 2568 นี้ เพื่อนำข้อเสนอของประชาชนและเอกชนมาจัดทำข้อมูลรูปแบบการลงทุน ก่อนเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาภายใน ธันวาคม 2568 และคาดว่าจะเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอออนุมัติในช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 หลังจากนั้นกลับมาจัดทำเอกสารประกวดราคาเสร็จในไตรมาส 2 เบื้องต้นจึงคาดว่าจะเปิดประมูลได้ในช่วงไตรมาส 3 ในปี 2569

นายวีริศ กล่าวว่า การเปิด PPP เพื่อบริหารและเดินรถไฮสปีดไทย–จีน ถือเป็นภารกิจเร่งด่วนของ รฟท. เพื่อให้ทันเปิดบริการระยะที่ 1 ในปี 2572 โดยขณะนี้งานโยธาแล้วเสร็จแล้ว 45.65% ซึ่งเอกชนคู่สัญญาร่วมทุนนั้นจะต้องดำเนินการส่วนของระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ครอบคลุมงานบริหารโครงการ และบำรุงรักษาโครงการด้วย และภาครัฐได้ลงทุนติดตั้งระบบและจัดหาขบวนรถจำนวน 4 ขบวน ใช้เทคโนโลยี Fuxing Hao รุ่น CR300AF จากจีนดังนั้นหากประมูลได้ตัวเอกชนก็จะสามารถบริหารการเดินรถได้ทันที

ขณะที่ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา–หนองคาย ได้ดำเนินการออกแบบแล้วเสร็จ และผ่านการพิจารณาเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว และคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดเตรียมเอกสารประกวดราคา โดยการประมูลงานโยธาระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย มูลค่า 3.4 แสนล้านบาท สถานะปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนแบ่งสัญญาประมูล เบื้องต้นประเมินไว้เป็น งานโยธา 7 สัญญา และศูนย์ซ่อม 1 สัญญา และคาดว่าจะก่อสร้างเสร็จพร้อมเปิดบริการได้ในปี 2574

ทั้งนี้ เมื่อโครงการรถไฟความเร็วสูงตลอดเส้นทางจากกรุงเทพมหานคร ถึงหนองคายก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถลดระยะเวลาเดินทางจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ถึงสถานีหนองคายเหลือเพียงประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับระบบคมนาคมของประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน