ความยั่งยืนด้านพลังงานทั่วโลกกำลังมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนผ่านจากการใช้ ‘พลังงานฟอสซิล’ ไปสู่ ‘พลังงานหมุนเวียน’ และ ‘พลังงานสะอาด’ มากขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
และ ‘ไต้หวัน’ เป็นหนึ่งที่มีนโยบายความชัดเจนในการมุ่งไปสู่พลังงานหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น โดยกำลังพยายามปลดระวางจากโรงไฟฟ้าถ่านหินไปยังโรงไฟฟ้าพลังงานลม เพราะด้วยศักยภาพของด้านภูมิศาสตร์ ซึ่งพลังงานลมเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานที่ไต้หวันมีมากที่สุดติดอันดับโลก
“บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group” ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งมีเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 30% ภายในปี 2573 เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2583 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593

จิราพร ศิริคำ
จึงเดินหน้าเพิ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนให้ได้ตาม เป้าหมาย และเมื่อต้นเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ‘จิราพร ศิริคำ’ กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group พร้อมคณะทำงานได้นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมศักยภาพโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Yunlin ในไต้หวัน ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง แห่งแรกของ EGCO Group ที่ดำเนินการในไต้หวัน

กรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยถึงโครงการนี้ว่า EGCO Group ได้เริ่มเข้าไปลงทุนเมื่อปลายปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยการเข้าถือหุ้นใน บริษัท ยุนเหนิง วินด์ พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Yunlin และด้วยเล็งเห็นว่า ไต้หวันมีนโยบายส่งเสริมพลังงานสะอาดที่ชัดเจน การตั้งเป้าลดการพึ่งพานิวเคลียร์และถ่านหิน ผลักดันให้พลังงานสะอาด มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

โครงการ Yunlin
อีกทั้งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการลงทุนพลังงานลมนอกชายฝั่ง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบไต้หวันเป็นตำแหน่งที่มีลมแรงเป็นลำดับต้นๆ ของโลก ซึ่งรัฐบาลไต้หวันได้ส่งเสริมการลงทุนแก่นักลงทุนต่างชาติ โดยจัดสรรงบประมาณจำนวนมาก เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและเศรษฐกิจสีเขียว
สำหรับโครงการ Yunlin ดำเนินการโดย บริษัท ยุนเหนิง วินด์ พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Skyborn Renewables จากยุโรป ถือหุ้น 31.98% TotalEnergies ยักษ์ใหญ่วงการน้ำมันของโลก ถือหุ้น 29.46% EGCO Group ถือหุ้น 26.56% และ Sojitz Corporation บริษัทโฮลดิ้งจากญี่ปุ่น ถือหุ้น 12% โดยในส่วนของผู้ถือหุ้นอีกสองราย EGCO Group และ Sojitz Corporation มีบทบาทให้การสนับสนุนด้านการดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าและการบริหารธุรกิจในไต้หวัน รวมถึงตัดสินใจในการบริหารงานสำคัญต่างๆ ของโครงการ

ภาพรวมสถานีไฟฟ้า
ปัจจุบันได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า และได้ เดินเครื่องเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา โดย Yunlin ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบไต้หวัน ห่างจากชายฝั่งตะวันตกของมณฑลหยุนหลินในไต้หวัน เป็นระยะทางประมาณ 8-17 กิโลเมตร ที่ระดับความลึกของน้ำทะเลในช่วง 7-35 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 82 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย กังหันลม 80 ต้น กำลังผลิตต้นละ 8 เมกะวัตต์ รวมกำลังผลิตทั้งหมด 640 เมกะวัตต์ ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกส่งเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าของไต้หวันผ่านสถานีไฟฟ้าบนฝั่ง 2 แห่ง บริเวณตำบลไถซีและซื่อหู ในมณฑลหยุนหลิน เพื่อขายให้กับ Taiwan Power Company (TPC) ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า 20 ปี
และ Yunlin เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งที่ใหญ่เป็นลำดับต้นๆ ของไต้หวัน มีศักยภาพการผลิตไฟฟ้า 2,400 ล้านหน่วยต่อปี ซึ่งสามารถจ่ายไฟฟ้าให้กับภาคครัวเรือนไต้หวันมากกว่า 600,000 หลังคาเรือน คิดเป็น 90% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนทั้งหมดของมณฑลหยุนหลิน ในขณะที่อัตราค่าไฟฟ้าที่ซื้อขายในช่วง 10 ปีแรก จะอยู่ที่ 7.1 ดอลลาร์ไต้หวันต่อหน่วย และช่วง 10 ปีหลังจะอยู่ที่ 3.5 ดอลลาร์ไต้หวันต่อหน่วย

ทีมผู้บริหารและคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชม

ทีมผู้บริหารพาชมห้องควบคุม
จิราพรกล่าวว่า “โรงไฟฟ้า Yunlin จะสามารถสร้างกระแสเงินสดให้กับบริษัทเฉลี่ย 2,000 ล้านบาทต่อปีในช่วง 5 ปีแรก และในปีนี้สามารถรับรู้รายได้ได้เต็มปี พร้อมกันนี้ความสำเร็จจากการลงทุนใน Yunlin สร้างโอกาสต่อยอดการลงทุนโครงการอื่นๆ ในไต้หวันในอนาคต เนื่องจาก Yunlin เปิดตลาดการลงทุนให้ EGCO Group ในไต้หวัน ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพและเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการลงทุนพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน
รัฐบาลไต้หวันรู้จัก EGCO Group ในฐานะนักลงทุนไทย ที่มีศักยภาพและมีความมุ่งมั่น ในการดำเนินโครงการให้สำเร็จ EGCO Group มีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับ โรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งจากโครงการ Yunlin และมีพันธมิตรที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูง

พาชมห้องควบคุม
โดยบริษัทได้มีการเตรียมความพร้อม และแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ โดยเฉพาะในโครงการพลังงานหมุนเวียนและก๊าซธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง หากพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความเหมาะสม ก็จะใช้องค์ความรู้ที่ได้จากโครงการนี้เป็นปัจจัยพื้นฐานในการร่วมพิจารณาต่อไป ดังนั้นจึงมีแผนลงทุนในไต้หวันเพิ่ม เนื่องจากรัฐบาลไต้หวันได้ส่งเสริมการลงทุนกับนักลงทุนต่างชาติ โดยสามารถลงทุนได้ 100% ไม่ต้องร่วมทุนกับบริษัทไต้หวัน จากนโยบายส่งเสริมพลังงานสะอาดที่ชัดเจน”
อย่างไรก็ดีโรงไฟฟ้า Yunlin นับว่าเป็นโครงการที่มีความท้าทายด้านภูมิศาสตร์ ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบไต้หวัน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีลมแรงเป็นลำดับต้นๆ ของโลก และเป็นหนึ่งในบททดสอบสำคัญของการก่อสร้างโครงการ คือ การรับมือกับสภาพแวดล้อมทางทะเลที่ท้าทายอย่างยิ่ง พื้นที่ติดตั้งกังหันลมตั้งอยู่ในบริเวณน้ำตื้น โดยมีความลึกตั้งแต่ระดับ 8 ถึง 32 เมตร พร้อมทั้งกระแสน้ำขึ้นลงรุนแรง ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการกัดเซาะฐานราก และจำกัดการเข้าถึงของเรือติดตั้ง

กังหันผลิตไฟฟ้า
นอกจากนี้ พื้นที่โครงการตั้งอยู่บริเวณช่องแคบไต้หวันที่มีสภาพคลื่นลมรุนแรง สภาพแวดล้อมดังกล่าวส่งผลให้การดำเนินงานติดตั้งอุปกรณ์กังหันลมนอกชายฝั่งมีความท้าทายเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกัน Yunlin ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเล ตั้งแต่การก่อสร้างที่มีมาตรการดูแลสิ่งแวดล้อม ในขั้นตอนการตอกเสากังหันลม โดยมีเป้าหมายหลักคือ การดูแลและปกป้องสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล โดยเฉพาะโลมาสีชมพูไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง ด้วยการป้องกันไม่ให้สัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น วาฬหรือโลมา ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบนิเวศ เข้ามาในบริเวณที่มีการก่อสร้าง
รวมถึงลดผลกระทบและตรวจสอบระดับเสียงใต้น้ำให้เป็นไปตามมาตรฐาน และมาตรการดูแลสิ่งแวดล้อมในขั้นตอนการวางสายเคเบิลใต้น้ำ เพื่อดูแลคุณภาพน้ำและปกป้องสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล
นับว่า Yunlin เป็นบทพิสูจน์ในความมุ่งมั่นของ EGCO Group ตามแผนที่จะเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยการแสวงหาการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้และผลกําไรอย่างยั่งยืน