ส.อ.ท. ฝากการบ้าน “วิทัย รัตนากร” ผู้ว่า ธปท. คนใหม่ เร่งแก้ปัญหนี้เป็นวาระแห่งชาติ ลดส่วนต่างดอกเบี้ย ดูแลค่าเงินบาท ดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลาย
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า สิ่งที่ต้องการให้นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ เร่งดำเนินการ คือ การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน และหนี้เอสเอ็มอีที่สะสมมานานตั้งแต่วิกฤตโควิดจนถึงปัจจุบัน การแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งระบบจึงควรถูกยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยเงินกู้
“ภายใต้เศรษฐกิจไทยที่เผชิญกับความเสี่ยงรอบด้าน แต่เงินที่ประชาชนหาได้ไม่พอกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ปัญหาหนี้นอกระบบยังคงซ้ำเติมประชาชนและนำไปสู่ปัญหาลูกโซ่ทางสังคม ผู้ประกอบการรายย่อยต่างประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินและต้องปิดกิจการ เห็นได้จากงานวิจัยพบว่า คนไทยมีหนี้นอกระบบและในระบบรวมกันอยู่ถึง 104% ต่อ GDP ดังนั้น การแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งระบบจึงควรถูกยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ”
โดย ธปท. ต้องบูรณาการความร่วมมือทั้งภาครัฐ ธนาคาร และกลุ่ม Non-Bank ในการแก้ไขปัญหา เช่น การลดดอกเบี้ยเงินกู้ ส่งเสริมการปรับโครงสร้างหนี้ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน มาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง การส่งผ่านดอกเบี้ยนโยบายที่เป็นธรรม รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการสร้างหนี้ที่มีคุณภาพ เสริมสร้างวินัยทางการเงิน และการวางแผนหนี้สินอย่างมีคุณภาพ เพื่อเป็นเกราะคุ้มกันมิให้เกิดปัญหาซ้ำอีกในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ธปท.ต้องดำเนินนโยบายการเงินที่มีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคการส่งออกและอุตสาหกรรม เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาษีสหรัฐ ที่อาจส่งผลให้มูลค่าการส่งออกปีนี้ของไทยขยายตัวต่ำกว่าที่คาด รวมทั้งช่วยในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ ด้านการปรับตัวของซัพพลาย เชน และหาตลาดใหม่เพิ่มเติม
“ที่สำคัญธปท.ต้องเข้ามากำกับดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่ามากเกินไป หรือมีความผันผวนสูง ซึ่งจะเป็นการซ้ำเติมผู้ส่งออกของไทยที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า (Trade War) ในช่วงนี้”

ด้าน นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ส่วนตัวมองการบ้านนโยบายการเงิน 5 ข้อใหญ่ ที่รอผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่ เข้ามาเร่งสานต่อและแก้ไขด่วนที่สุด คือ 1.การดูแลส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสมและเป็นธรรม เนื่องจากปัจจุบันนี้ส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยเงินกู้ และดอกเบี้ยเงินฝากต่างกันมาก 2.การแก้ปัญหาหนี้ทั้งในภาคครัวเรือนและของภาคธุรกิจ ทั้งในระบบและนอกระบบ ทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัว สถาบันการเงินไม่กล้าปล่อยกู้ เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจมีสายป่านในการดำเนินชีวิตและธุรกิจต่อ
3.ต้องการให้เข้ามาดูแลการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทให้เหมาะสม ช่วยผลักดันภาคส่งออกที่เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะขณะนี้มีความเสี่ยงจากอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐ ที่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า จะลดลงเท่าไร จากปัจจุบันสหรัฐประกาศให้ไทยอยู่ที่อัตรา 36% และจะสิ้นสุดการเจรจาวันที่ 1 ส.ค.นี้
4.การเดินหน้านโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย การดูแลเป้าหมายเงินเฟ้อ ให้สอดคล้องกับนโยบายการคลังของรัฐบาล ให้มีกระแสเงินไหลเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ และ 5.ขอให้มีทางเลือกใหม่ๆ ในตลาดการเงิน จากที่ผ่านมาเราพึ่งพาธนาคารพาณิชย์มากเกินไป ทำให้ธุรกิจธนาคารพาณิชย์มีอัตราการขยายตัวแบบโตวันโตคืน
“ส่วนตัวมองว่านายวิทัย มีความเข้าใจสภาพเศรษฐกิจทั้งภาพใหญ่และภาพย่อย รวมทั้งมองเห็นภาพเรียล เซ็กเตอร์ เป็นอย่างดี น่าจะเป็นนักปฏิบัติมากกว่านักทฤษฎีบนหอคอยงาข้าง เป็นนักประสานงาน รับฟัง เข้าใจ ทุกภาคส่วน และมองว่าการครอบงำจากภาคการเมืองคงไม่ง่าย จากแบล็กกราวด์ที่ดี และด้วยการจับตามองบทบาทและผลงานของ ธปท. จากทุกภาคส่วนผมก็ได้แต่หวังว่า ผู้บริหารทุกระดับใน ธปท. จะให้ความร่วมมือกับนโยบายของรัฐบาล และนโยบายของผู้ว่า ธปท. คนใหม่ โดยยึดประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง มากกว่ายึดติดกับกรอบการบริหารแบบเดิมๆ”