พาณิชย์ เผยส่งออก 6 เดือนแรก โตแรง 15% อนิสงส์สหรัฐเร่งนำเข้า-คาดครึ่งปีหลังชะลอ ก.ค.อาจหดเหลือเลขหลักเดียว
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงตัวเลขส่งออกของไทยประจำเดือน มิ.ย. 2568ว่ามี มูลค่า 28,649.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 938,533 ล้านบาท ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 ที่ ในอัตรา15.5% ส่วนการส่งออกในช่วง 6 เดือนแรก(ม.ค.-พ.ค.) มีมูลค่า 166,851.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5,578,959 ล้านบาท ขยายตัว 15%เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนการนำเข้าเดือน มิ.ย.มีมูลค่า 27,588.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 13.1% ทำให้ไทยเกินดุลการค้า 1,061.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการนำเข้าช่วง 6 เดือนแรก มีมูลค่า 166,914.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5,651,241 ล้านบาทขยายตัว 11.6 % ทำให้ไทยขาดดุลการค้า 62.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้การส่งออกเดือนมิ.ย.ที่เติบโตสูงถึง 15% เป็นผลมาจากสินค้าส่งออกสำคัญทั้ง 3 หมวดของไทยขยายตัวดี โดยสินค้าเกษตรข ยายตัว 10.7% สินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 17.4 %และสินค้าอุตสาหกรรม ขยาตัว 17.6%
สินค้าที่ขยายตัวดี คือผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งขยายตัว 57% ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง 15.8% ผลิตภัณฑ์ มันสำปะหลัง 6.1 % ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ขยายตัว 124.2% น้ำตาลทราย 35.4 % ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี 35.1%
ผลไม้กระป๋องและแปรรูป 28.9 % เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ 57.7 % แผงวงจรไฟฟ้า 46.2 % เครื่องใช้ไฟฟ้า 36.7% ผลิตภัณฑ์ยาง 23.3 % เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 16.4% และ อัญมณีและเครื่องประดับ 8.4% เป็นต้น
ตลาดส่งออกที่ขยายตัวดี ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ 257.3% รองลงมาคือ สหรัฐอเมริกา 41.9% แคนาดา 40 % ไต้หวัน 30.6% จีน 23.1% สหราชอาณาจักร 17.6% รัสเซีย 14.1% สหภาพยุโรป 11.9 % CLMV 9% และอาเซียน 5ประเทศ 6.5%
“ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกเดือนมิ.ย.โตสูงถึง15% เนื่องมาจากมีการเร่งส่งออกก่อนที่มาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกาจะมีผลบังคับเต็มรูปแบบในวันที่ 1 ส.ค. ,การส่งออกสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเติบโตต่อเนื่องติดต่อเป็นเดือนที่ 15 และ12 ตามลำดับ รวมทั้ง สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรที่สำคัญ ยังขยายตัวต่อเนื่อง”
นายพูนพงษ์ถึงแนวโน้มการส่งออกในเดือน ก.ค.ว่าจะเริ่มชะลอลง เนื่องจากสหรัฐอเมริกาได้เร่งนำเข้าสินค้าไปแล้วในช่วง6เดือนแรก โดยการส่งออกเดือนก.ค.อาจจะโตต่ำลงเหลือเลขหลักเดียว แต่ยังไม่ถึงกับติดลบ และการส่งออกจะลดลงชัดเจนตั้งแต่เดือนส.ค. เป็นต้นไป ทั้งนี้คาดว่าทั้งปียังเติบโตได้ตามเป้าหมายคือ 2-3% หากสามารถเร่งผลักดันให้การส่งออกในช่วงที่เหลือ ให้มีมูลค่าเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าเดือนละ 23,300-23,800 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ยังคงมีปัจจัยที่กดดันให้การส่งออกของไทยอาจไม่เป็นไปตามเป้า คือ ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกากระทบต่อคำสั่งซื้อส่งออกและความเชื่อมั่นของผู้ผลิตต่างประเทศ รวมทั้งความผันผวนและการแข็งค่าของเงินบาท กระทบความสามารถทางการแข่งขันการส่งออก สินค้าเกษตรและสินค้าโภคภัณฑ์ที่อาศัยปัจจัยด้านราคา
นายพูนพงษ์กล่าวว่าแนวโน้มการส่งออกครึ่งหลังของปี 2568 ขึ้นอยู่กับผลการเจรจาภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ก่อนที่ภาษีต่างตอบแทนจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค. 68 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่อทิศทางการค้าระหว่างประเทศในอนาคตของไทย โดยที่ผ่านมาไทยได้ยื่นข้อเสนอฉบับใหม่ที่เปิดตลาดมากขึ้นให้กับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ซึ่งได้รับการตอบรับในทิศทางที่ดี
คาดว่าไทยจะได้รับอัตราภาษีที่เหมาะสม และยังสามารถแข่งขันกับประเทศผู้ส่งออกรายอื่นในภูมิภาคได้ ในระยะยาวการสร้างความสมดุลทางการค้ากับสหรัฐฯ ถือว่าจะเป็นโอกาสให้ไทยเร่งปรับปรุงโครงสร้างการส่งออกไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต สร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศเพื่อรองรับการกระจายความเสี่ยงการผลิตและลงทุน และยกระดับสภาพแวดล้อมทางการค้าของประเทศให้แข่งขันได้ในระดับโลกเพิ่มขึ้น
ในส่วนของการบรรเทาผลกระทบ ภาครัฐได้เตรียมความพร้อมด้วยมาตรการสนับสนุนทั้งภาคธุรกิจและเกษตรกรรม สำหรับปัจจัยอื่น ๆ ที่คาดว่าจะส่งผลต่อการส่งออกในครึ่งปีหลัง อาทิ ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ผลไม้ที่กำลังออกสู่ตลาด สงครามในตะวันออกกลาง การชะลอการลงทุนเพื่อรอดูท่าทีการเจรจา การปรับตัวของผู้ส่งออกในการปรับเปลี่ยนแหล่งนำเข้าวัตถุดิบให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของการลดภาษีของสหรัฐฯ สถานการณ์เหล่านี้เป็นประเด็นที่กระทรวงพาณิชย์ยังคงต้องติดตามและหามาตรการรับมือ เพื่อแก้ปัญหา และหาแนวทางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมต่อไป