เมื่อเอ่ยถึง บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Zhulian หลายคนคงคุ้นเคยกับชื่อนี้เป็นอย่างดี ในฐานะแบรนด์ขายตรงที่ประสบความสำเร็จและยืนหยัดเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดในไทยมาร่วม 30 ปี สร้างยอดขายเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ระหว่างวันที่ 18-20 ก.ค.2568 ปิยะวัฒน์ จุลล์จักรวงศา ประธานกรรมการ ซูเลียน ประเทศไทย และแดนนี่ เตียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซูเลียน คอร์ปอเรชั่น เบอร์ฮาด ได้นำคณะสื่อมวลชนจากประเทศไทยเดินทางเยี่ยมชมโรงงานผลิต ณ เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย เพื่อเผยให้เห็นถึงเบื้องหลังแห่งความสำเร็จของแบรนด์ที่สามารถครองความนิยมมาได้อย่างยาวนาน

ปิยะวัฒน์บอกให้เราฟังว่า ตลอดระยะเวลา 28 ปีที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ความสำเร็จของซูเลียนเกิดจากความจริงใจในการดำเนินงาน การมอบโอกาสทางอาชีพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นคุณภาพสูง
ภายใต้แนวคิด ‘สร้างอาชีพ สร้างชีวิต’ ปัจจุบันซูเลียนมีผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันครบทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ, ผลิตภัณฑ์เพื่อบ้านและที่อยู่อาศัย, ผลิตภัณฑ์เพื่อร่างกาย และผลิตภัณฑ์ประเภทเข็มขัด

ที่ผ่านมายอดขายของซูเลียน ประเทศไทย มีอัตราเติบโตต่อเนื่อง แต่หลังจากที่บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การตลาด ด้วยการให้สิทธิประโยชน์แก่สมาชิกให้มากขึ้น 20-30% ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ยอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดด 6 เดือนแรกของปีนี้เติบโต 18% ตั้งเป้ายอดขายทั้งปีไว้ที่ 2,500 ล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 25% สูงสุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยได้เตรียมแคมเปญกระตุ้นยอดขายอีกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการแจกไอโฟน หรือดาวน์รถฮอนด้า ซีวิค ให้สมาชิกที่ทำได้ตามเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่เกิดสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ หรือโควิด-19 เมื่อเร็วๆ นี้ ธุรกิจขายตรงแบบหลายชั้น (MLM) มักได้รับความสนใจเป็นพิเศษ มีผู้เข้ามาร่วมทำธุรกิจเพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงเศรษฐกิจปกติ

ด้วยเพราะเป็นธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนไม่มาก มีสินค้าให้จำหน่ายโดยไม่ต้องผลิตเอง หรือไปหาสูตรมาผลิตให้วุ่นวายมีทีมงานช่วยแนะนำเทคนิค วิธีการขาย รวมถึงการเพิ่มมูลค่า เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถทำเป็นรายได้เสริม หรือจะขยับไปเป็นรายได้หลัก ซึ่งหลายคนทำได้และมั่นคง เพียงแต่ผู้ที่จะลงทุนในธุรกิจ MLM ต้องศึกษาตัวบริษัทว่ามีความมั่นคงทางการเงินหรือไม่ เป็นผู้ผลิตสินค้าเองหรือไปจ้างผลิต ซึ่งมีผลกับคุณภาพและจำนวนสินค้าเป็นอย่างมาก ดั่งเช่นที่เคยปรากฏเป็นข่าวอยู่เนืองๆ นายปิยะวัฒน์กล่าว

แดนนี่ เตียว
พร้อมทั้งยังได้เพิ่มความเข้มข้นในส่วนของการสื่อสารประชาสัมพันธ์ และตอบรับการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคซูเลียนได้ปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลด้วยกลยุทธ์ O2O (Offline to Online) ผสานช่องทางขายตรงแบบดั้งเดิมกับแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างครบวงจร ทั้งเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น และ Social Commerce ไม่ว่าจะเป็น TikTok, Facebook, LINE Official พร้อมเสริมทัพด้วยอินฟลูเอนเซอร์ Virtual Engagement และการวิจัยตลาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาสินค้าให้ตรงใจผู้บริโภคในทุกเจเนอเรชั่น
ปัจจุบันโรงงานผลิตสินค้าของซูเลียน มีทั้งหมด 3 แห่ง ถือเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุด 1 ใน 3 ของประเทศมาเลเซีย โดยแห่งแรกก่อตั้งเมื่อปี 1989 ตั้งอยู่ละแวกเดียวกัน ในนิคมอุตสาหกรรม เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย พื้นที่รวมกว่า 40,000 ตารางเมตร แบ่งเป็น โซนเครื่องดื่มผง 20,000 ตารางเมตร โซนผลิตอาหารเสริมสุขภาพ 5,000 ตารางเมตร

ปิยะวัฒน์ จุลล์จักรวงศา
โรงงานโฮมแคร์ (AMAZING VESTRAX SDN BHD) พื้นที่ 15,000 ตารางเมตร รวมถึงพื้นที่ในส่วนของแวร์เฮาส์ เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเสร็จพร้อมส่งไปยังประเทศต่างๆ
ทุกกระบวนการผลิตอยู่ภายใต้มาตรฐานระดับโลก ได้รับการรับรองทั้ง GMP, HACCP, ISO9001:2015, ISO22000 และ HALAL การันตีคุณภาพด้วยระบบตรวจสอบที่เข้มข้น ทั้งการคัดเลือกวัตถุดิบ, กระบวนการผลิตแบบ semi-automated, การควบคุมคุณภาพด้วยเทคโนโลยี Bin Blenders, Auto Batching, ห้องแล็บตรวจสอบคุณภาพ รวมถึงการฝึกอบรมพนักงานอย่างสม่ำเสมอ
ทีมงานพาไปดูในส่วนของการผลิตกาแฟโสมสำเร็จรูป ที่ว่ากันว่าเป็นสินค้าทำยอดขายหลักให้กับซูเลียนประเทศไทย เริ่มตั้งแต่พื้นที่เตรียมวัตถุดิบ การนำวัตถุดิบแต่ละชนิดเข้าในเครื่องจักรอัตโนมัติใหม่ล่าสุด ที่ตั้งอยู่บนชั้น 4 ของโรงงานมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 100,000 ซองต่อวัน ซึ่งทุกขั้นตอนจะไม่ถูกสัมผัส หรือปนเปื้อนจากสิ่งใด ทำให้มั่นใจถึงความสะอาด ปลอดภัย ในการรับประทาน
นอกจากนี้ทีมงานยังได้พาไปดูในส่วนของขั้นตอนการผลิตผลิตภัณฑ์โฮมแคร์ ในส่วนของผงซักฟอก ที่ไลน์ผลิตจะใช้พนักงานเพียงไม่กี่คน เพราะใช้เครื่องจักรเป็นหลัก โดยมีกำลังการผลิตผงซักฟอก 7,000 ก.ก.ต่อวัน และน้ำยาซักผ้า 6,000 ลิตร ต่อวัน
เดินทางไปอีกโรงงาน เพื่อดูในส่วนของการผลิตจิวเวลรี่ ที่ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์แรกภายใต้แบรนด์ซูเลียน เมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว ซึ่งผลิตภัณฑ์หลักๆ ยังคงผลิตอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเข็มกลัด และหัวเข็มขัด ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในมาเลเซีย
นอกจากประเทศไทยแล้ว ซูเลียนยังได้เข้าไปทำตลาดในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน อาทิ ประเทศสิงคโปร์ และพร้อมเปิดดำเนินธุรกิจที่ประเทศอินโดนีเซีย ในเดือนม.ค. 2569 โดยเริ่มจากกาแฟโสม แต่เป็นสูตรที่ต่างจากในประเทศไทย พร้อมทั้งเตรียมเข้าไปเปิดตลาดในประเทศฟิลิปปินส์อีกด้วย
จากความต้องการที่เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งเร่งขยายตลาดไปยังประเทศต่างๆ ตามแผนงานแล้วจะเริ่มดำเนินการ ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ไม่ว่าจะเป็นในทวีปเอเชีย ทวีปยุโรป หรือแม้แต่ทวีปอเมริกา
ทำให้บริษัทเตรียมขยายกำลังการผลิต ด้วยการลงทุนสร้างโรงงานแห่งที่ 4 ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ ใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านริงกิต คิดเป็นเงินบาทอยู่ที่ 800-1,000 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตได้ภายใน 2 ปีจากนี้ไป
ได้เห็นกระบวนการผลิต ที่ทั้งผ่านการควบคุมอย่างเข้มงวด และได้มาตรฐานระดับสากล รวมถึงที่ผ่านมามียอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจถึงคุณภาพในตัวผลิตภัณฑ์ ให้กับสมาชิกที่นำไปจำหน่าย และตัวลูกค้าผู้ใช้ว่าทั้งปลอดภัย และมีประสิทธิภาพตรงตามที่ระบุไว้ข้างซองอย่างแน่นอน
เมื่อได้สัมผัสเบื้องหลังการผลิต และฟังแนวคิดในการดำเนินธุรกิจของซูเลียนอย่างใกล้ชิด จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดแบรนด์นี้จึงก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำมายาวนาน เพราะซูเลียนไม่ได้เพียงแค่จำหน่ายสินค้า แต่ยังมอบ “โอกาส” อันมีคุณค่า ให้กับผู้คนได้สร้างรายได้ สร้างอาชีพ เพื่ออนาคตที่มั่นคงไปพร้อมๆ กัน