ททท. คาดจีนเที่ยวไทย โตสุด 5 ล้านคน อัดงบ พร้อมลุย 3 กลยุทธ์ครึ่งปีหลัง ชู 50 ปี ความสัมพันธ์ไทยจีน

น.ส.ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ในปี 2568 ยังตั้งเป้าหมายท้าทายการทำงานของตลาดจีนเที่ยวไทยไว้ที่ 5 ล้านคน จากต้นปีที่คาดว่าจะทำได้ประมาณ 6.9 ล้านคน เนื่องจากหากมองตัวเลขสะสมของตลาดจีนตั้งแต่วันที่ 1-20 ก.ค.นี้ มีจำนวน 2.53 ล้านคน ทำให้ช่วงที่เหลือครึ่งหลังของปีนี้ น่าจะทำได้อีกเท่าตัวเป็น 5 ล้านคนตามเป้าหมายได้ ส่วนรายได้รวมของตลาดจีนยังต้องหารือร่วมกันอีกครั้ง

น.ส.ภัทรอนงค์ กล่าวว่า แม้งบประมาณในการกระตุ้นจะใช้กับทุกตลาดทั่วโลก แต่ภายใต้สิ่งที่เรากำลังจะใส่ลงไป คิดว่าน่าจะส่งผลดีต่อตลาดจีนเป็นหลัก ได้แก่ 1.ส่วนของการทำเช่าเหมาลำ หรือชาร์เตอร์ไฟล์ทเข้ามาเที่ยวไทย ซึ่งตลาดจีนมีความสนใจเข้ามาเป็นพันเที่ยวบินแล้ว

โดยส่วนนี้ ททท.จะไล่ดูว่าสามารถสร้างคุณภาพได้อย่างไร อาทิ เส้นทางที่จะเข้ามา จากเมืองใดสู่เมืองใดในประเทศไทย หากมาจากเมืองรองของจีนเจ้าสู่เมืองรองของไทย อย่างบินไปเชียงราย อู่ตะเภา ก็จะได้รับการพิจารณาเป็นกลุ่มแรก รวมถึงคุณภาพของแพคเกจ จะมีการใช้จ่ายในประเทศไทยอย่างไร ที่มีความเหมาะสมกับจุดหมายปลายทางจริงๆ ต้องไม่อยู่ในระดับต่ำจนกลายเป็นทัวร์ศูนย์เหรียญ

ขณะที่ 2.ส่วนของคอมเมอร์เชียล ไฟล์ท หลายสายการบินในไทยก็โฟกัสที่จีน แต่อัตราการบรรทุก (โหลดแฟคเตอร์) อาจยังไม่ได้เพิ่มขึ้น ททท.จะเข้าไปช่วยทำให้สูงขึ้น หรือเพิ่มความถี่มากขึ้น หรือถ้าสายการบินใดอยากเปิดเส้นทางใหม่ก็ได้ และ 3.ส่งเสริมตลาดเติบโตดี อาทิ ท่องเที่ยวไมซ์ อินเซนทีฟ ซัมเมอร์แคมป์ คาราวาน

แต่มีเงื่อนไขคือ ต้องมีจำนวนกลุ่มตั้งแต่ 30 คนขึ้นไป เข้าพัก 4 คืนขึ้นไป จากเฉลี่ยเดิมที่จะพักประมาณ 3 คืน เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยเชื่อว่าจากมาตรการทั้งหมด รวมถึงการสนับสนุนแพลตฟอร์มจองออนไลน์ (โอทีเอ) ประมาณ 20 ราย จะเป็นส่วนช่วยสนับสนุนให้ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ นักท่องเที่ยวจีนกลับมาได้ดีขึ้น

ทางด้านนายชูวิทย์ ศิริเวชกุล ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจีน เวลาฟื้นตัวจะฟื้นเร็วมาก ทำให้ครึ่งปีหลังคาดว่าจะกลับเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มเติม ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเที่ยวไทยตอนนี้ถือเป็นกลุ่มที่มีฐานะดี ร่ำรวย มีความชื่นชอบประเทศไทย

สะท้อนจากการใช้จ่ายต่อหัวที่เพิ่มขึ้นมาประมาณ 52,000 บาทต่อคนต่อทริป เพิ่มขึ้นจากปกติที่มีกรุ๊ปทัวร์เข้ามาเฉลี่ย ทำให้มีการใช้จ่ายต่อหัวประมาณ 47,000-48,000 บาทต่อคนต่อทริป โดยตอนนี้ต้องประคองไม่ให้มีข่าวเชิงลบออกมาเพิ่มเติม โดยเฉพาะการทำงานร่วมกันระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล ต้องกระชับความสัมพันธ์มากกว่านี้ จากที่ดีขึ้นแล้ว รวมถึงระดับบุคคลด้วยกันเอง เพราะการแชร์ข่าวของไทยไปในช่องทางต่างๆ เพราะจีนเห็นทุกข่าวของประเทศไทยที่ออกมา

“พูดตรงๆ ว่าตอนนี้จีนต้องการความจริงใจจากรัฐบาลไทย จากเดิมที่เรายืนกระต่ายขาเดียวบอกว่าเราปลอดภัยทุกอย่าง ซึ่งความจริงก็มีบางแง่มุมที่เราควรจะต้องส่งสารว่า มีบางจุดที่ไม่ได้ปลอดภัยมากขนาดนั้น และขอให้ระมัดระวังในการท่องเที่ยวไทย เพราะจริงๆ แล้วนักท่องเที่ยวจีนมีความรักประเทศไทย อยู่ในใจตลอด แต่เมื่อเข้ามาเที่ยวไทยแล้ว หากมีอะไรที่ควรระมัดระวังในแง่มุมใดก็ช่วยบอกเขาบ้าง อย่าไปยืนกรานบอกว่าปลอดภัย 100% เพราะตัวนักท่องเที่ยวเองรู้ว่ามันไม่ใช่ ซึ่งจากการออกสื่อของหน่วยงานรัฐ ความน่าเชื่อถือก็ลดลง เพราะมีความขัดแย้งอยู่ในตัวเอง”

นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า ททท.หันมาใช้กลุ่ม User-generated content (UGC) หรือการสร้างกระแสชุมชนออนไลน์จากคนที่เข้ามาเที่ยวจริงแล้วรีวิวประเทศไทย เป็นระดับบุคคลที่ไม่ได้เป็นอินฟลูเอนเซอร์กระแสหลัก เพราะคนจีนดูรู้ว่าเป็นการจ้าง ไม่ได้รีวิวจากความจริง ทำให้จะดึงกลุ่ม UGC ขึ้นมาประชาสัมพันธ์ออกไปให้มากขึ้น

ส่วนแผนครึ่งหลังของปีนี้ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทยจีน จะมีอีกหลายกิจกรรม อาทิ หนีห่าวมันธ์ เดือนต.ค.นี้ และทำงานร่วมกับแต่ละเมืองของจีน ที่เข้ามาประชาสัมพันธ์เมืองจีนในไทย แต่จะร่วมมือกันเผยแพร่ภาพท่องเที่ยวไทยไปในช่องทางหลักของเมืองเหล่านั้น ซึ่งถือเป็นการทำงานร่วมกันแบบรัฐต่อรัฐ เพราะคนจีนยังเชื่อสื่อรัฐบาลอยู่ จึงต้องจับจุดนี้ให้ได้ โดยเน้นย้ำว่าในเรื่องความปลอดภัย ภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบต้องช่วยดูแลอย่างเข้มงวด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน