กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ชี้ครึ่งปีแรกธุรกิจบัตรเครดิต เป็นครั้งแรกที่ยอดใชจ่ายทั้งระบบแทบไม่เพิ่ม และยอดบัตรใหม่ลดลง 0.6% ไม่เคยเจอมาก่อน พบลูกค้ารายได้สูงระวังการใช้จ่าย โดยเฉพาะลดซื้อของฟุ่มเฟือย และความงาม หันเน้นการผ่อนชำระมากขึ้น ขณะที่หมวดร้านอาหาร หลุด 5 อันดับแรกในหมวดใช้จ่ายสูงสุดเป็นครั้งแรก
นายอธิศ รุจิวัฒน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดเผยว่าปี 2568 เป็นความท้าทายดังกล่าวเป็นในทุกอุตสาหกรรม ทำให้คาดการณ์ภาพรวมตลาดบัตรเครดิตในปี 2568 จะมีการหดตัว เนื่องจากผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายและไม่ใช่จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยมากขึ้น จากหลายเหตุการณ์ทีเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้ยอดการจับจ่ายชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวไม่เหมือนเดิม โดยนักท่องเที่ยวจีนหายไปประมาณ 20-30% การส่งออกลดลง ตลอดภารผลิตในภาคอุตสาหกรรมก็ลดลงด้วย รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงไทยสถิติสูงสุดในรอบ 15 ปีเมื่อเทียบกับ GDP
“แนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังอาจจะหนักไม่น้อยกว่าในช่วงครึ่งปีแรกโดยมีปัจจัยจากสงคราม ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ส่งผลถึงความรู้สึกของผู้บริโภค ในส่วนของสินเชื่อรายย่อยของธนาคารมีการหดตัวลง จากหลักเกณฑ์ของงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ตลอดจนมาตรการป้องกันภัยธุรกิจทางการเงิน ทำให้การดำเนินธุรกิจยากขึ้นหลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ทำให้ครึ่งปีหลังอาจจะยากลำบากไม่น้อยกว่าครึ่งปีแรก นอกจากนี้ สื่อและอินฟลูเอนเซอร์ก็กำลังส่งเสริมให้คนประหยัดเงินและลดค่าใช้จ่ายกันมากขึ้นด้วย ทั้งนี้อยากให้ภาครัฐมีการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ”
จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นในตลาดอาจยังไม่ฟื้นตัว ผู้บริโภคระมัดระวังมากขึ้น ลดหรือชะลอการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือย เน้นการใช้จ่ายในหมวดที่จำเป็นและการวางแผนระยะยาวมากขึ้น ส่งผลให้แนวโน้มธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเติบโตช้า สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2568 ของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ในภาพรวมนับว่ายังเติบโตดีกว่าตลาดทั้งในแง่ของจำนวนบัตรและยอดใช้จ่ายผ่านบัตร โดยมียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 191,400 ล้านบาท เติบโต 1.5% เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมซึ่งมีการหดตัว 0.8% ส่วนยอดสินเชื่อใหม่อยู่ที่ 45,400 ล้านบาท, ยอดสินเชื่อคงค้าง 136,000 ล้านบาท และยอดบัญชีลูกค้าใหม่ 273,700 บัญชี ขณะที่อัตราส่วนหนี้ที่ค้างชำระเกิน 90 วัน อยู่ที่ระดับ 1.2% สำหรับบัตรเครดิต และ 2.3% สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในธุรกิจจากการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม
“ภาพรวมตลาดบัตรเครดิด ณ มิ.ย. 2568 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยยอดใช้จ่ายผ่านบัตรอยู่ที 1.137 ล้านล้านบาท ซึ่งแทบไม่เพิ่ม หรือเพิ่มขึ้นเพียง 0.8% ถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปกติที่เพิ่มขึ้น 5-6% ขณะที่จำนวนบัตรเครดิตของทั้งตลาดอยู่ที 26.23 ล้านบัตร โดยเป็นครั้งแรกที่มีการลดลง 0.6% ซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน สะท้อนว่ายอดการออกบัตรใหม่น้อยกว่าบัตรที่ออกไปจากระบบ ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างในระบบลดลง 2.5% หรืออยู่ที่ 458,000 ล้านบาท และยอดหนี้เสีย (NPL) อยูที่ระดับ 2.7% ใกล้เคียงเดิม”
ขณะเดียวกันข้อมูลจากพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในกลุ่มกรุงศรีคอนซูมเมอร์ ในช่วงครึ่งปีแรกชี้ให้เห็นว่า กลุ่มรายได้สูง ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักที่มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรกว่า 40% ของปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรทั้งหมด มีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะมีการลดค่าใช้จ่ายในหมวดฟุ่มเฟือย ตกแต่งบ้าน สุขภาพและความงาม ส่วนผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มรายได้ปานกลาง และรายได้สูง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชะลอการใช้จ่ายมากขึ้น โดยใช้แผนผ่อนชำระ เพื่อช่วยยืดระยะเวลาการใช้จ่าย และบริหารสภาพคล่องได้ดีขึ้น
โดย 3 หมวดที่ผู้บริโภคมีการผ่อนชำระผ่านบัตรสูงสุด ได้แก่ ช้อปออนไลน์ เติบโต 16%, ประกัน เติบโต 14% และ ตกแต่งยานยนต์ เติบโต 8% ขณะที่ 5 หมวดที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตสูงสุดโดยส่วนใหญ่เป็นการใช้จ่ายในหมวดสินค้าจำเป็น ได้แก่ 1.ประกันภัย เนื่องจากปีนี้มีระบบ Co-payment ของบริษัทประกัน ที่เริ่มใช้ตั้งแต่มี.ค. 2568 2.ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ 3.ปั๊มน้ำมัน 4.สินค้าตกแต่งบ้าน และ 5.ช้อปออนไลน์ สำหรับ 5 หมวดใช้จ่ายผ่านบัตรสูงสุด เรียงตามอัตราการเติบโต ได้แก่ 1.กองทุนรวม 2.แอปเดลิเวอรี 3.โซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชัน 4.ตัวแทนท่องเที่ยว และ 5.อุปกรณ์กีฬาและฟิตเนส โดยจะสังเกตเห็นว่าหมวดการใช้จ่ายร้านอาหารไม่ติด 5 อันดับแรกเป็นครั้งแรก
ทั้งนี้จากปัจจัยท้าทายต่าง ๆ ทำให้ในช่วงครึ่งปีหลัง กรุงศรี คอนซูมเมอร์ จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับสภาวะตลาด โดยมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง เพื่อรักษาระดับผลการดำเนินงาน มุ่งสร้างความเติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมบริหารต้นทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยนำการวิเคราะห์ข้อมูลและเทคโนโลยี AI มาใช้ในการทำการตลาดเพื่อให้เข้าใจและเข้าถึงลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น, ปรับกลยุทธ์การตลาดและวิธีทำโปรโมชันโดยใช้ศักยภาพและเครือข่ายพันธมิตรของกลุ่มบริษัทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ, พร้อมปรับจุดขายผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตและสินเชื่อให้มีจุดเด่นและสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ลูกค้ายิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าเลือกใช้จ่ายผ่านบัตรเป็นบัตรหลักในชีวิตประจำวันและเพิ่มยอดใช้จ่ายผ่านบัตร รวมถึงขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
นายอธิศ ยังกล่าวถึง มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ในส่วนของการผ่อนชำระขั้นต่ำ (Minimum Payment) สำหรับบัตรเครดิต ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยกำหนดอยู่ที่ 8% จนถึงสิ้นปี 2568 หลังจากนั้นจะกลับสู่เกณฑ์ปกติที่ 10% ซึ่งขณะนี้ได้มีการขอให้คงอยู่ในระดับที่ 8% ไปก่อน