บมจ. ธนพิริยะ หรือ TNP โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/68 มีรายได้จากการขาย 742.92 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 50.40 ล้านบาท ขณะที่แผนครึ่งปีหลังเร่งเพิ่มไลน์สินค้ากลุ่มที่มีมาร์จิ้นสูง เพิ่มช่องทางจำหน่ายและสินค้าแบรนด์ใหม่-แบรนด์ทางเลือกต่อเนื่อง ปักหมุดขยายสาขาเพิ่มเน้นรุกพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นพิเศษเตรียมเปิด 3 สาขา ย้ำตลาดพื้นที่ภาคเหนือโอกาสเติบโตสูง
วันที่ 15 ส.ค. 2568 เภสัชกรหญิงอมร พุฒิพิริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ในภาคเหนือ เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2568 (มี.ค.-มิ.ย.) ว่า มีรายได้จากการขาย 742.92 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 50.40 ล้านบาท โดยใกล้เคียงกับไตรมาส 1/2568 แต่เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 19.28%
ขณะที่ ผลประกอบการงวด 6 เดือน แรกของปี 2568 รายได้จากการขายอยู่ที่ 1,465.40 ล้านบาท กำไรสุทธิ 100.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 87.15 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15.73% ทั้งนี้แนวโน้มการเติบโตเป็นไปตามแผนที่กำหนดด้วยการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าผ่านสาขาเนื่องจากตอบโจทย์ผู้บริโภคและชีวิตประจำวันคนในพื้นที่
นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯมีมติอนุมัติการจ่ายปันผลระหว่างกาล ในอัตรา 0.05 บาทต่อหุ้น กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผล วันที่ 27 สิงหาคม และกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 8 ก.ย.2568
สำหรับเปิดเผยทิศทางธุรกิจครึ่งหลังปี 2568 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจประเทศที่ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยยังคงมุ่งเน้นสร้างการเติบโตของยอดขายและกำไรต่อเนื่อง ผ่านการจัดจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางจัดจำหน่ายหลักคือ การเปิดสาขา โดย ณ สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2568 มีสาขาจำนวน 51 สาขา ครอบคลุม จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา เพื่อตอบโจทย์ต่อความต้องการของลูกค้าและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
สำหรับแผนเปิดสาขาใหม่ในปีนี้จำนวน 6 สาขา โดยในไตรมาส 1 เปิดไปแล้ว 1 สาขา ที่ อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย โดยครึ่งปีหลังมีแผนการเปิดสาขาใหม่อีก 5 สาขา ประกอบด้วย พื้นที่ จ.เชียงใหม่ เตรียมเปิด 3 สาขา และ จ.เชียงรายอีก 2 สาขา ซึ่งสาขาที่ 2 ของปีได้เปิดไปแล้วเมื่อเดือนก.ค. ที่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและโอกาสเติบโตสูง
พร้อมกันนี้ ยังเตรียมทำตลาดในส่วนของสินค้าสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง มีความหลากหลาย ราคาจับต้องได้ง่าย โดยบริษัทมั่นใจว่าในปี 2568 จะมียอดขายเติบโต เมื่อเทียบกับปีก่อหน้าที่ทำได้ 2,872 ล้านบาท โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังนี้ คาดว่าจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อาทิ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ผ่านโครงการ”เที่ยวไทยคนละครึ่ง” และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นที่กำลังจะมาถึงในพื้นที่ภาคเหนือ
“แผนดำเนินงานครึ่งปีหลัง 2568 บริษัทฯ มั่นใจว่าจะผลักดันเป้าหมายยอดขายเพิ่มขึ้น จากแผนเปิดทั้งหมด 6 สาขา ในปี 2568 และการปรับปรุงสาขาเดิมเพื่อเพิ่มยอดขายต่อสาขา เฟ้นหาพื้นที่ศักยภาพเพื่อสร้างสาขาใหม่ ซึ่งปีนี้เน้นปักหมุด จ.เชียงใหม่” เภสัชกรหญิงอมร กล่าว
พร้อมทั้งนำสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นดีและการแข่งขันไม่รุนแรงเข้ามาจำหน่ายในสาขาเพิ่มขึ้น ภายใต้ 5 กลุ่มสินค้าได้แก่ กลุ่มสินค้าในครัวเรือน กลุ่มเครื่องดื่มและอาหารแห้ง กลุ่มของใช้ส่วนบุคคล กลุ่มสินค้าแม่และเด็ก รวมถึงกลุ่มสินค้าเครื่องสำอางและอาหารเสริม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและฐานสมาชิกลูกค้าของ TNP ที่มีกว่า 1.6 แสนราย
โดยปัจจุบันบริษัทมีคลังสินค้าที่มีพื้นที่กว่า 14,300 ตร.ม. และมีรถขนส่งจำนวน 40 คัน พร้อมจัดส่งสินค้าให้แก่คู่ค้าและร้านค้าบริษัทฯ แต่ยอมรับว่าปีนี้เป็นปีที่ท้าทายจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง ภัยธรรมชาติ แต่ TNP พร้อมปรับตัวและสร้างความยั่งยืนในองค์กรด้วยการบริหารงานด้วยหลักธรรมมาภิบาล พร้อมทั้งผสมผสานทีมงานและฝ่ายบริหารที่มีความสามารถและกลุ่มคนรุ่นใหม่เพื่อร่วมแรงร่วมใจในการขับเคลื่อนองค์กร