เซ็นทรัลพัฒนา พร้อมเปิด “เซ็นทรัล พาร์ค” เฟสแรก 4 ก.ย.นี้ ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้ 25 ล้านคนต่อปี พร้อมเปิด 4 ไฮไลต์ของโครงการ

วันที่ 19 สิงหาคม 2568 นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิด “เซ็นทรัล พาร์ค” ซึ่งเป็นศูนย์การค้าลำดับที่ 43 บนพื้นที่รวม 130,000 ตร.ม.ในเฟสแรก วันที่ 4 ก.ย.นี้ และเตรียมเปิดเต็มรูปแบบในเดือนพ.ย.นี้ ปัจจุบันมีอัตราการเช่าพื้นที่แล้วกว่า 90%

โดยเซ็นทรัล พาร์ค เป็นส่วนหนึ่งของ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” โครงการมิกซ์ยูสที่ร่วมทุนกับกลุ่มดุสิตธานี มูลค่าโครงการรวม 46,000 ล้านบาท ที่รวมศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน โรงแรม และที่พักอาศัย เพื่อเป็นแลนด์มาร์กใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ บนทำเล ถนนสีลมกับถนนพระราม 4

“เซ็นทรัลพัฒนาเชื่อว่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค จะเป็นการเปิดอีกประวัติศาสตร์หน้าใหม่วงการค้าปลีกไทย พร้อมผลักดันศักยภาพกรุงเทพฯ ในการเป็นมหานครและเมืองน่าอยู่ระดับโลก ด้วย Legendary Landmark (ภูมิสัญลักษณ์) ของที่ดินซึ่งที่ผ่านมาในกรุงเทพฯ ไม่เคยมีโครงการมิกซ์ยูสที่ติดกับสวนสาธารณะเช่นเดียวกับ Central Park ในนิวยอร์ก หรือ Hyde Park ในลอนดอน”

นายณัฐกิตติ์ กล่าวว่า ตั้งเป้าหมายในเฟสแรกที่เปิดในเดือนก.ย.นี้ คาดว่าจะมีลูกค้าและนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการ 30,000 คนต่อวัน และเมื่อเปิดเต็มรูปแบบคาดว่าดึงดูดคนไทย และนักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 25 ล้านคนต่อปี หรือ 70,000 คนต่อวัน

นายคุณายุธ เดชอุดม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสินทรัพย์ เซ็นทรัล พาร์ค กล่าวว่า “เซ็นทรัล พาร์ค พร้อมเปิดให้บริการในวันที่ 4 ก.ย. 2568 นี้ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Here for all of you’ โดยได้รวมที่สุดแห่งรสชาติระดับโลก เป็น Culinary Landmark แห่งใหม่ของเอเชีย สร้างวิถีชีวิตเมืองผ่านร้านอาหารระดับโลก กิจกรรมศิลปะและแฟชั่น และพื้นที่สำหรับ Curated Happening สร้าง เทรนด์การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ๆ ตลอดปี”

สำหรับ 4 ไฮไลต์ เซ็นทรัล พาร์ค ประกอบด้วย

1.Natureพื้นที่สีเขียวที่มีชีวิตแห่งใหม่ใจกลางเมือง ด้วย Roof Park สวนลอยฟ้า 7 ไร่ ใหญ่ที่สุดในไทย ที่เชื่อมทุกยูสของโครงการ ทั้งศูนย์การค้า ออฟฟิศ โรงแรม และที่พักอาศัยอย่างแท้จริง ออกแบบเพื่อตอบเทรนด์ชีวิตเมืองในอนาคต

พร้อมจุดเด่นอย่าง Infinity Skyline จุดชมวิวพาโนรามาเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ, Natural Walk Trail เส้นทางเดินออกกำลังกาย 750 เมตร, Kids Park, Pets Park, Amphitheatre สำหรับกิจกรรมชุมชน และ Happening ด้าน Art & Culture ที่สร้างสีสันให้ชีวิตเมือง

2.Connectivity เชื่อม 4 ย่านเศรษฐกิจสำคัญบนทำเล Prestigious Address หัวมุมถนนสีลมและพระราม 4 ใจกลาง Super Core CBD ที่รวมเมืองเก่าและเมืองใหม่เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน เป็นจุดบรรจบของ 4 ย่านหลัก ได้แก่ CBD ดั้งเดิมของไทย คือ สีลม สาทร

New CBD และ Embassy Zone คือ สุขุมวิท เพลินจิต ราชประสงค์ Creative District & Riverside คือ เจริญกรุง และ Cultural Core & Chinatown หรือ เยาวราช เดินทางสะดวกที่สุดด้วยการเชื่อมต่อ BTS – MRT – Skywalk รองรับ Commuter กว่า 70,000 คนต่อวัน หรือมากกว่า 25 ล้านคนต่อปี

3.Culture สะท้อนวิถีชีวิตเมืองแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ผ่าน Curated Experiences ที่โอบรับความหลากหลาย (Diversity) และตอบโจทย์ผู้คนทุกเจนเนอเรชั่น บนพื้นที่ศูนย์การค้า GBA กว่า 130,000 ตร.ม. รวมแบรนด์ดังกว่า 550 แบรนด์ ยกระดับเป็น Culinary Landmark แห่งเอเชีย ที่รวมที่สุดแห่งรสชาติจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว

ร้านดังครั้งแรกในเมืองไทยเช่น คิวามิยะ ร้านเทปันยากิที่มีสเต็กวากิว ต้นตำรับจากญี่ปุ่น, โควไบ พรีเมียมชาบู, Long Jing อาหารจีนฟิวชันจากหางโจว, Super Matcha ชาเขียวพรีเมียมสุดฮิตจากเกาหลี, CHEONGDAM GARDEN (KOREAN GRILL) เป็นต้น

ร้านดังคอนเซ็ปต์ใหม่ อาทิ MAGURO KAPPOU, GRILL YAMAYA, SUN MOULIN, CHAGEE, BAR B Q PLAZA, NOSE TEA, CHONGDEE, KOI THE’, POTATO CORNER SHAKES & FRIES, CHA TRA MUE, KAO SOY PRIN, MENSHO, TP TEA, สมานฉันท์

ร้านดังคิวยาว อาทิ HIKINIKU TO COME, KATSU MIDORI, SHABU BARU, FORTUNE COOKIE EXPRESS, KAM’S ROAST, BEAUTY IN THE POT, KATSUKURA, อีกา, UNATOTO, SALADSTOP!, คำพูน, PRIME BURGER, OMAKASE DON, MOZZA BY COCOTTE, NAPHA, WHITE STORY เป็นต้น

แบรนด์อาหารดังมายก Group อาทิ เครือไอเบอรี่กรุ๊ป: บุรามาลี ร้านอาหารไทยในโรงน้ำชา, โต๊ะคิม, ทองสมิทธ์, ฟ้าปลาทาน, MAISON RORU, Maguro Group: KIWAMIYA, MAGURO KAPPOU, HITORI SHABU, Meation Group: SAEMAEUL EXPRESS, BHC CHICKEN, SOLSOT

รวมทั้ง Michelin Guide และสตรีทฟู้ด 70 ร้านดัง กว่า 1,000 เมนู เยอะที่สุดในกรุงเทพฯ – ที่ชั้น LG Parkside Market – Food destination concept ใหม่ อาทิ เบญจรงค์ปาย, ก๋วยเตี๋ยวอัญชัน, ขาหมูโบราณกะทู้ ภูเก็ต, ก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกคุณประนอม, ก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อตุ๋น – หมูตุ๋น ราชารส, นายอ้วนเย็นตาโฟบะเต็งเสาชิงช้า

ราดหน้ายอดผักสูตร 40ปี (ศาลเจ้าพ่อเสือ), ข้าวมันไก่โกยี, สุกี้เมาเวอริค, หมี่บ้านเอง by บ้านนอกเข้ากรุง, คนชง คนปรุง, เกตุโอชา, เปลว ก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณนครปฐม, แอน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่, อองตองข้าวซอย, กล้วยทอดพระราม5, ขนมเบื้องหวานผึ้งน้อย เป็นต้น

Coffee Tea & Sweet Lover กว่า 50 แบรนด์ดัง อาทิ % ARABICA, 32BAR X, BEANS COFFEE ROASTER, BOTTOMLESS COFFEE ROASTERS, BOOST JUICE, BRASSICA DOUGHNUTS, BRIOCHE FROM HEAVEN, CHA TRA MUE, CHAGEE, CHONGDEE, ZUS COFFEE เป็นต้น

พร้อมด้วย TOPS FOOD HALL ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่เปิดให้บริการ 8.00 – 22.00 น., Take Home Zone รวมของอร่อยย่านดังในที่เดียว ในรูปแบบ Grab & Go

แบรนด์แฟชั่น และไลฟ์ไสไตล์ดัง จากทั่วโลก นำโดยแบรนด์แฟชั่นระดับโลกของ Inditex group ทยอยเปิดแบรนด์ในเครือตั้งแต่สิ้นปี 68 เป็นต้นไป อาทิ ZARA, BERSHKA, OYSHO, PULL & BEAR พร้อมด้วย Prestige Cosmetic Brands อาทิ BURBERRY, CLE DE PEAU BEAUTE, GUCCI BEAUTY, KIEHL’S, JUNG SAEM MOOL, LANCOME, NARS, YSL BEAUTY และแบรนด์ดังอีกมากมาย

นอกจากนี้ ยังมี High-Street & Bridge-Line Brands และ Sport Destinationที่แบรนด์ดังระดับโลกมาครบครัน ไม่ว่าจะเป็น First-time in Thailand ครั้งแรกในเมืองไทย อาทิ ADIDAS KIDS, IC! BERLIN, ICEBREAKER , FELLOW, LIVE!, SUNNIES WORLD, VIVAIA, ASICS, BATH & BLOOM, BEAUTRIUM, BENEUNDER, BIRKENSTOCK, BOYY, BONAVENTURA, CALVIN KLEIN เป็นต้น

4. Sustainability & Design for the Next generation เชื่อมชีวิตเมืองกับธรรมชาติเป็น Landmark ที่จะอยู่กับกรุงเทพฯ ไปอีกหลายรุ่น ออกแบบให้ยืดหยุ่นต่ออนาคต รองรับวิถีชีวิตเมือง โดยพื้นที่ทั้ง 4 ยูส ศูนย์การค้า โรงแรม ออฟฟิศ และเรสซิเดนซ์ เชื่อมต่อกับพื้นที่สีเขียวทั้งหมด

รวมถึง Roof Park ขนาด 7 ไร่ ที่ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 11 ตันต่อปี เทียบเท่าต้นไม้ใหญ่ 900 ต้น* พร้อม Central Park Offices ต้นแบบออฟฟิศ Next Gen และ Green Building มาตรฐานระดับโลก

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน