กรมการจัดหางาน จ่อดึง ‘ผู้ลี้ภัย’ 9 ศูนย์อพยพ 4.2 หมื่นคน ทดแทนแรงงานกัมพูชา ชงครม.พรุ่งนี้ ถ้าเห็นชอบก็สามารถดำเนินออกประกาศต่อไป

วันที่ 25 ส.ค.2568 นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทวงแรงงาน กล่าวถึงการแก้ปัญหาความขาดแคลนแรงงานชาวกัมพูชา ว่า จากการหารือร่วมกับผู้ประกอบการในประเทศพบว่ามีความต้องการแรงงานกัมพูชาประมาณ 25,000 – 30,000 คน โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบให้มีการนำเข้าแรงงานจากประเทศศรีลังกาเข้ามาทำงานในไทย แต่ต้องใช้เวลาดำเนินการ เพราะต้องทำความร่วมมือในลักษณะทวีภาคี (MOU) ระหว่างรัฐบาลศรีลังกากับกรมการจัดหางาน

ต่อมาคือ การอนุญาตให้ผู้หนีภัยการสู้รบที่พำนักอยู่ใน 9 ศูนย์อพยพในไทย ที่มีประมาณ 42,000 คน ได้ทำงานอย่างถูกต้องนั้น ขณะนี้กระทรวงแรงงานกับกระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้หารือกันแล้ว และจะนำเรื่องนี้เสนอ ครม. ในวันพรุ่งนี้ (26 ส.ค.) ถ้าเห็นชอบก็สามารถดำเนินออกประกาศต่อไป

นายสมชาย กล่าวว่า นอกจากนั้น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม มีข้อแนะนำกับกระทรวงแรงงานว่า หากมีความต้องการแรงงานมาก สามารถอนุญาตให้ผู้ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมคุมประพฤติ และกรมราชทัณฑ์ ที่มีอยู่หลายแสนคน เข้าสู่ระบบการทำงานลักษณะเฉพาะหน้าได้ ซึ่งกรมการจัดหางานก็จะหารือกับกระทรวงยุติธรรมต่อไป

ขณะเดียวกัน ข้อแนะนำในการขออนุญาตให้ทหารที่กำลังปลดประจำการ รวมถึงที่ปลดประจำการแล้ว เข้ามาทำงานในลักษณะเฉพาะหน้า ซึ่งจะสอดคล้องกับช่วงฤดูที่มีความต้องการแรงงานมากในช่วงเดือนพฤศจิกายน เพราะเป็นช่วงการเก็บเกี่ยวผลผลิตของอุตสาหกรรมเกษตร

เมื่อถามว่าความต้องการแรงงานกัมพูชาในไทยไม่ได้มาก แต่หากมีการหารือเพื่อจัดหาแรงงานเข้ามาทดแทนได้มาก จะนำไปทดแทนแรงงานส่วนใดบ้าง นายสมชาย กล่าวว่า ทั่วประเทศมีความต้องการแรงงานกัมพูชาราว 3 หมื่นคน แต่ความต้องการแรงงานภาพรวม ยังขาดแคลนมาก

ดังนั้น ถ้ามีแรงงานเข้าสู่ระบบการทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะกระจายไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น การแปรรูปอาหาร ที่มีความต้องการแรงงานมาก ฉะนั้นการจัดหาแรงงานได้มาก ก็จะช่วยเติมแรงงานเข้ามาสู่ระบบการทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน