‘พิชัย’ ยอมรับชั่งน้ำหนัก ขึ้น VAT 10% หลังหมดมาตรการ 7% สิ้นเดือนก.ย.68 นี้ ลุ้นเจรจาสหรัฐกำหนด RVC ต่ำกว่า 50% หนุนเอกชนปรับตัว

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยถึงการพิจารณาการเพิ่มรายได้จากภาษี โดยการปรับขยายโครงสร้างภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่จะสิ้นสุดมาตรการลดอัตราจาก 10% เหลือ 7% ในวันที่ 30 ก.ย.2568 นี้ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะขยายมาตรการ VAT 7% ออกไป หรือปรับอัตราใหม่ ต้องพิจารณาความเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจไทย

“ตอนนี้อยู่ระหว่างชั่งน้ำหนัก ยอมรับว่าแม้อัตราปัจจุบัน VAT ไทยที่ 7% จะต่ำกว่าหลายประเทศ แต่สภาพเศรษฐกิจไทยก็ยังขยายตัวต่ำ หากเพิ่มอัตราภาษี รัฐบาลต้องมั่นใจว่างบประมาณที่จัดเก็บได้ จะถูกนำไปลงทุนเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ สร้างการจ้างงาน และช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ไม่ใช่เพียงการนำไปลดหนี้สาธารณะเท่านั้น”

ในส่วนของ นโยบาย Negative Income Tax (NIT) นั้น ยืนยันรัฐบาลเดินหน้าเต็มรูปแบบในปี 2570 โดยประชาชนเกือบทั้งหมดจะต้องยื่นแบบแสดงรายได้ เพื่อให้รัฐสามารถระบุผู้มีรายได้น้อย และจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือได้ตรงกลุ่ม ถือเป็นการรวมระบบสวัสดิการที่กระจัดกระจายให้อยู่ในจุดเดียว ทำให้การช่วยเหลือมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ ยังมีความท้าทาย เช่น ประชาชนบางกลุ่มอาจยังไม่พร้อมยื่นแบบจำนวนมาก รัฐบาลจึงต้องวางแนวทางการปรับใช้แบบค่อยเป็นค่อยไป พร้อมทั้งต้องมีข้อมูลเพียงพอ เพื่อใช้วิเคราะห์และกำหนดมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสม

สำหรับความคืบหน้าการเจรจาเรื่อง หลักเกณฑ์การคำนวณมูลค่าแหล่งกำเนิดสินค้า (Regional Value Content : RVC) ว่า ขณะนี้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Local Content มีทิศทางที่ไม่รุนแรงนัก และอยู่ในระดับที่ไทยสามารถยอมรับได้ แม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่ถือว่าเป็นสัญญาณเชิงบวก โดยคงต้องติดตามเงื่อนไขเกี่ยวกับ Third Party โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับประเทศจีน ซึ่งคู่เจรจายังอยู่ระหว่างหารือ และยืดเวลาการตัดสินใจออกไป

“นายพิชัย กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าสหรัฐจะกำหนดสัดส่วน RVC อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 50% โดยอาจอยู่ใกล้เคียงกับปัจจุบันที่อยู่ราว 40% ซึ่งจะช่วยให้ภาคเอกชนสามารถปรับตัวได้ในช่วงเปลี่ยนผ่าน”

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยการเมืองภายในประเทศ จะมีผลต่อการเจรจาหรือการลงนามความตกลงระหว่างประเทศหรือไม่ ตามที่หลายฝ่ายกังวลนั้น ส่วนตัวมองว่าการเมืองย่อมมีผลต่อบรรยากาศการทำงาน และการบริหารประเทศ แต่ในส่วนของทีมงานที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าในเส้นทางที่วางไว้ได้ต่อเนื่อง ซึ่งประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเมืองย่อมได้เปรียบในด้านการขับเคลื่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน