พิชัย เชื่อการเมืองไม่กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน พร้อมทำงานเพื่อประโยชน์ต่อประเทศ แม้มีการยุบสภาฯ พร้อมลุ้นเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 2.5%

วันที่ 3 กันยายน 2568 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยถึงกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ทูลเกล้าฯยื่นยุบสภาฯ ว่า ตนยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังไม่ได้ใช้คำว่ารักษาการ โดยในระหว่างที่ยังไม่มีการยุบสภาฯ ยังคงเดินหน้าทำงานในทุกเรื่องที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ส่วนประเด็นที่ไม่เร่งด่วนหรือเป็นเรื่องนโยบายระยะยาวที่อาจผูกพันรัฐบาลชุดถัดไปจะรอให้รัฐบาลใหม่เข้ามาพิจารณา

สำหรับมุมมองของต่างชาติ นายพิชัย กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่ติดตามสถานการณ์และประเมินว่าเสถียรภาพทางการเมืองของไทยยังอยู่ในระดับที่รับได้ และสามารถคาดการณ์ทิศทางได้ว่าบทสรุปจะเป็นไปในลักษณะใด จึงไม่ได้ทำให้ความเชื่อมั่นลดลง อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ยังไม่มีการยุบสภา ยังสามารถดำเนินงานในสิ่งที่จำเป็นต้องทำต่อไปได้ โดยเฉพาะสิ่งที่เป็นประโยชน์ เช่น การเจรจาภาษีสหรัฐ แต่สิ่งที่ไม่เร่งด่วน และเป็นเรื่องระดับนโยบายก็อาจต้องรอ

“ปัจจุบันแม้จะอยู่ในช่วงภาวะการเมืองที่หลายคนเรียกว่า สูญญากาศทางการเมือง แต่ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติของทุกประเทศ และประชาชนก็รับรู้และเข้าใจว่าสถานการณ์แบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้และสุดท้ายก็จะหาทางออกได้ จึงไม่น่ากระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนมากนัก อย่างไรก็ดีอาจมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วนที่ต้องชะลอหรือรอผลการตัดสินใจทางการเมืองบ้าง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ” นายพิชัย กล่าว

สำหรับความคืบหน้ากฎหมายที่ดินเช่าระยะยาว 99 ปี ว่าขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวจัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา แต่การผลักดันต้องรอให้มีรัฐบาลเต็มตัวเข้ามาบริหาร ซึ่งเชื่อว่าหากรัฐบาลใหม่เห็นว่ากฎหมายนี้เป็นประโยชน์ต่อประเทศก็จะสานต่ออย่างแน่นอน

ด้านเศรษฐกิจ กรณีที่ กกร. มีการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 จะขยายตัวเพียง 1% นั้น นายพิชัย กล่าวว่า น่าจะเป็นการประเมินโดยใช้ข้อมูลตั้งแต่ก่อนมีข้อสรุปเรื่องภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จึงอาจเป็นการประเมินที่ยังไม่เห็นภาพต่าง ๆ แต่สำหรับการประเมินของหลายสำนักได้ปรับประมาณการ ที่ 2% สะท้อนถึงแนวโน้มที่ดีขึ้น

แม้ยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยต่างประเทศ ที่ไทยได้ข้อสรุปภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่อัตรา 19% รวมถึงยังมีขั้นตอนปฏิบัติอีกหลายด้านที่ต้องติดตาม แต่หากไทยสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น ไม่มีเหตุสะดุดใหญ่ ก็ยังมั่นใจว่าจะผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตได้ถึง 2.5% ตามเป้าหมายที่กระทรวงการคลังตั้งไว้

ด้าน นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โครงการหวยเกษียณ และโครงการสถาบันค้ำประกันเครดิตแห่งชาติ (NaCGA) นั้น หลังจากนี้คงต้องรอดูความชัดเจนของสถานการณ์ต่าง ๆ ภายในประเทศก่อน โดยเชื่อว่าหากทุอย่างชัดเจนขึ้น ก็จะมีทางของมันว่าควรจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร แต่ตอนนี้อยากให้รอความชัดเจนทั้งหมดก่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน