ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เผย “ธุรกิจครอบครัว” มีบทบาทสำคัญในตลาดทุนไทย ทั้งจำนวนบริษัทและมาร์เก็ตแคป ครองครึ่งหนึ่งของตลาด ระดมทุน IPO กว่า 4.8 แสนล้านบาท ในรอบทศวรรษ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยรายได้ 9 ล้านล้านบาท และจ้างงาน 1.48 ล้านคน
วันที่ 3 ก.ย. 2568 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่ SET Research “ธุรกิจครอบครัวในตลาดหุ้นไทย” จัดทำโดย น.ส.สุมิตรา ตั้งสมวรพงษ์ ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
โดยจากการศึกษาฐานข้อมูลบริษัทจดทะเบียน ที่จัดเป็น “ธุรกิจครอบครัว” (family business) จากบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (ตลาดหุ้นไทย) ณ สิ้นเดือนมิ.ย. 2568 จำนวน 850 บริษัท
พบว่า 646 บริษัท จาก 850 บริษัท หรือ 76% ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยที่ทำการศึกษา จัดเป็น “ธุรกิจครอบครัว” ซึ่งมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) คิดเป็น 50% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมทั้งตลาด
โดยบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวกระจายตัวในทุกหมวดธุรกิจ ส่วนใหญ่อยู่ในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค หมวดพาณิชย์ หมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หมวดการแพทย์ และในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (กลุ่มบริการ กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ทั้งนี้ ธุรกิจครอบครัวใช้กลไกตลาดหุ้นไทยในการระดมทุนเพื่อขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่า 84% ของบริษัทจดทะเบียนที่เข้าซื้อขายในช่วงปี 2558 ถึงสิ้นเดือนมิ.ย. 2568 เป็นธุรกิจครอบครัว
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2558 – 2567) ธุรกิจครอบครัวอาศัยกลไกจากการระดมทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นแหล่งเงินทุนเพื่อขยายกิจการ โดย 264 บริษัทระดมทุนผ่านการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนครั้งแรก ด้วยมูลค่าระดมทุนครั้งแรกรวมกว่า 482,190 ล้านบาท หรือ 77% ของมูลค่า IPO ทั้งหมด
ในช่วงเวลาเดียวกัน บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นไทยระดมทุนในตลาดรอง 108 บริษัท 410 ครั้ง ด้วยมูลค่าระดมทุนในตลาดรองรวมกว่า 351,131 ล้านบาท
ในปี 2567 บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว มีรายได้รวมสูงถึง 9 ล้านล้านบาท คิดเป็น 48.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ และรวมจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลกว่า 126,035 ล้านบาท คิดเป็น 16.4% ของภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งระบบที่กรมสรรพากรจัดเก็บในปี 2567
บริษัทจดทะเบียนที่เป็นธุรกิจครอบครัวมีบทบาทสำคัญต่อการจ้างงานในประเทศ โดยในปี 2567 บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว 642 บริษัท มีพนักงานรวม 1.48 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.8% จากปี 2566 โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรและอาหาร กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มบริการ ที่มีการจ้างพนักงานในสัดส่วนที่มากกว่า 80% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นๆ
ทั้งนี้
นินามของ “ธุรกิจครอบครัว” (Family business) พิจารณาตามลำดับขั้น ดังนี้
คนในตระกูลถือครองหุ้นรวมกันมากกว่า 20% ของจำนวนหุ้นจดทะเบียน
คนในตระกูลมีอำนาจบริหารจัดการ
คนในตระกูลจัดตั้งบริษัท และบริษัทนั้นถือครองหุ้นมากกว่า 25% ของจำนวนหุ้นจดทะเบียน
คนในตระกูลจัดตั้งบริษัท และบริษัทถือครองหุ้นมากกว่า 25% ของจำนวนหุ้นจดทะเบียน และไปถือครองหุ้นอื่นต่อ (บริษัทในเครือ) บริษัทจดทะเบียน ที่เป็นบริษัทในเครือหรือบริษัทย่อยของบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว ตาม 4 รายการข้างต้น
ทั้งนี้ การนับจำนวนหุ้นที่ถือครอง จะพิจารณารวมการถือครองหุ้นทางอ้อม ผ่าน pyramid shareholding structure หรือ การถือครองกิจการของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ผ่านบริษัทหนึ่งไปยังอีกบริษัทหนึ่งเป็นชั้นๆ ในแนวดิ่ง โดยใช้ฐานข้อมูลจากระบบ Corpus X ของบริษัท บิซิเนส ออนไลน์ จำกัด (มหาชน)