จากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวต่ำ รายได้ผู้บริโภคโตไม่ทันรายจ่าย ทั้งภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง ทำให้ธนาคารที่ระมัดระวังในการปล่อยกู้อยู่แล้ว ยิ่งเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป นิยมเช่ามากกว่าซื้อ ทำให้ บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือเป็นบริษัทพัฒนาที่ดินรายใหญ่ไม่สามารถยึดติดกับการพึ่งพารายได้การขายโครงการที่อยู่อาศัยเพียงด้านเดียวได้อีกต่อไป และพร้อมเดินหน้าเปลี่ยนผ่านธุรกิจครั้งสำคัญ สู่การเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำผ่านธุรกิจเฮลท์แคร์และที่อยู่อาศัยเพื่อเช่า

ดังนั้นการเข้ามาของ “ปัทมา ปิยะมณีพร” ในตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เมื่อ ก.พ.2568 ถือเป็นความท้าทาย เพราะไม่เพียงสานต่อความแข็งแกร่งเดิม แต่คือการ “ปักหมุด” สร้างการเติบโตผ่านพอร์ตธุรกิจใหม่ที่หลากหลายเพื่อนำพา พฤกษา โฮลดิ้ง สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์การเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะรายได้ประจำ จากธุรกิจโรงพยาบาลและธุรกิจให้เช่าในสัดส่วน 25% จากปัจจุบันอยู่ที่ 15%

เขย่า 5 พอร์ตธุรกิจหลัก

ปัทมากล่าวว่า โครงสร้างธุรกิจภายใต้ พฤกษา โฮลดิ้ง มี 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้มีการปรับพอร์ตให้เหมาะสมกับตลาดปัจจุบัน โฟกัสเรื่องต้นทุนเพื่อให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ดีขึ้น โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้ากลางบนมากขึ้น ลดสัดส่วนสินค้าทาวน์โฮมจาก 40% เหลือ 20% และเพิ่มบ้านเดี่ยวกับคอนโดฯ รวมถึงการเพิ่มช่องทางขายผ่านตัวแทนนายหน้าทั้งไทยและต่างประเทศในสัดส่วน 20% ส่วน 80% บริษัทขายเอง อย่างไรก็ดีในปีนี้คาดว่ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีรายได้ราว 12,900 ล้านบาท จากเป้าหมายรายได้รวม 16,000 ล้านบาท

สัมภาษณ์พิเศษ-พฤกษารีเซ็ตโมเดลธุรกิจ สู่‘เฮลท์แคร์-เช่าอยู่’เร่งสร้างสมดุลรายได้

2.ธุรกิจสุขภาพ ภายใต้ บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง ซึ่งมี นพ.นิพัฒน์ กุหลาบขาว เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยอดีตเป็นผู้อำนวยการด้านธุรกิจต่างประเทศ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ปัจจุบันมีโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน 176 เตียง และโรงพยาบาลวิมุต เทพธารินทร์ 80 เตียง ซึ่งปัจจุบันได้ขยายฐานกลุ่มลูกค้าพรีเมียมมากขึ้น โดยเจาะเครือข่ายลูกค้าประกันและที่ปรึกษาทางการเงิน รวมถึงการตรวจร่างกายให้กลุ่มลูกค้าองค์กร ทำให้ปัจจุบันมีอัตราผู้ป่วยนอกเฉลี่ย 400-500 คน/วัน เป้าหมายคือ การเปลี่ยนผู้ป่วยนอกเป็นผู้ป่วยในมากขึ้น เนื่องจากมีส่วนต่างกำไรสูงกว่า

โดยในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 2,400 ล้านบาท และภายในปี 2570 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น 4,000 ล้านบาท จากการเปิดให้บริการโรงพยาบาลวิมุต ออร์โธปิดิกส์ ทองหล่อ ที่ร่วมทุนกับแคปปิตอลแลนด์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกระดับต้นๆ ของไทย ในปี 2570 และโรงพยาบาลวิมุต สุขุมวิท 54 ซึ่งจะให้บริการเชิงสุขภาพเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะ ที่คาดว่าจะเปิดบริการในปี 2571 นอกจากนี้ตามแผนยังเตรียมลงทุนโรงพยาบาลที่ถนนปิ่นเกล้า ด้วย

3.กลุ่มธุรกิจก่อสร้าง ภายใต้ บริษัท อินโน โฮม คอนสตรัคชั่น จำกัด (IHC) ซึ่งแบ่งเป็นธุรกิจก่อสร้างอาคาร แบบ B2B หรือลูกค้าธุรกิจ และธุรกิจรับสร้างบ้านภายใต้ The Plantnery by IHC สำหรับบ้านในระดับราคา 10-30 ล้านบาทขึ้นไป รองรับลูกค้าผู้บริโภค โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมียอดเซ็นสัญญาก่อสร้างประมาณ 480 ล้านบาท และเป้าหมายระยะยาวคาดหวังรายได้จากกลุ่มธุรกิจนี้ประมาณ 1,500 ล้านบาท 4.ธุรกิจผลิตแผ่นพื้น เสา คาน สำเร็จรูปหรือพรีคาสท์ ภายใต้ บริษัท อินโน พรีคาสท์ จำกัด ซึ่งปัจจุบันใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 38% โดยขณะนี้เริ่มขายให้กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ด้วยกัน และคาดว่าจะใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 45% ในปีหน้า และ 50% ในปีถัดไป

สัมภาษณ์พิเศษ-พฤกษารีเซ็ตโมเดลธุรกิจ สู่‘เฮลท์แคร์-เช่าอยู่’เร่งสร้างสมดุลรายได้

5.ธุรกิจลงทุนใหม่ๆ เช่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัว พฤกษา พาส (PRUKSA PASS) โซลูชั่นเช่าซื้อ หรือ “เช่าก่อน ซื้อทีหลัง” โดยเงินค่าเช่าบางส่วนสามารถเปลี่ยนไปเป็นเงินดาวน์เมื่อลูกค้าซื้อบ้านจริง ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาลูกค้ากู้ไม่ผ่าน หรือถูกปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคาร โดยปัจจุบันเริ่มทำไปแล้วประมาณ 100 ยูนิต โดย 80% เป็นทาวน์เฮาส์ และที่เหลือเป็น คอนโดมิเนียม คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 290 ยูนิต โดยในส่วนนี้บริษัทจะรับรู้รายได้เป็นค่าเช่าซึ่งในสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 18 ล้านบาท

ขณะเดียวกันบริษัทได้เปิดธุรกิจสร้างเพื่อเช่าในแบรนด์ “ไอเพลิน” (iPlearn) เป็นลักษณะอพาร์ตเมนต์ให้เช่าประมาณ 100 ห้อง กลุ่มเป้าหมายแตกต่างกันไปตามค่าเช่า อาทิ ค่าเช่า 3,000 บาท สำหรับกลุ่มรปภ. แม่บ้าน ส่วน 4,000 บาท เป็นกลุ่มแคมปัสคอนโดฯ หรือ นักศึกษา และ 5,000 บาท เป็นกลุ่มคนทำงาน โดยจะเน้นทำเลที่มีแหล่งงานและแหล่งการศึกษา ซึ่งนอกจากมองเห็นโอกาสของธุรกิจเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่เน้นเช่ามากกว่าซื้อแล้ว ยังเป็นการนำที่ดินสะสมของบริษัทซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 13,000 ล้านบาท โดย 50% อยู่ในทำเลหลักที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยได้ มาพัฒนาเพื่อสร้างให้เกิดรายได้ อีกทั้งบริษัทยังอาศัยความได้เปรียบจากการที่บริษัทมีทีมก่อสร้างเอง ทำให้ได้ต้นทุนต่ำ และยังเป็นการเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่ให้ผลตอบแทนค่าเช่า 6-8% ต่อปี โดยปัจจุบัน iPlearn อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 4-5 อาคาร และวางแผนไว้ 10 อาคาร กระจายอยู่ในทำเลย่านรังสิต เป็นต้น นอกจากนั้นแล้ว พฤกษาฯ ยังได้เข้าไปถือหุ้น 20% ใน บริษัท เค.พี.เอ็น ซีเนียร์ ฮอสปิตัล กรุ๊ป ผู้นำด้านการดูแลสุขภาพผู้สูงวัยโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ภายใต้ Chersery Home

ดึงคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อน

พฤกษาฯ ยังได้เดินหน้าปรับภาพลักษณ์องค์กรครั้งสำคัญ ผ่านการเปิดตัวแบรนด์ดีเอ็นเอภายใต้แนวคิด WORK LIFE WELL-LIVED ชีวิต “อย่างดี…” ที่พฤกษา ผ่านการให้สวัสดิการ เช่น แจกบ้าน/คอนโด แจกทอง สำหรับพนักงานที่อยู่ครบ 10 ปีขึ้นไป รวมถึงการพัฒนาศักยภาพ ความสามารถทีมงาน ผ่านโปรแกรม Mentoring กับ Management, คอร์สเรียน, และการฝึกทักษะ upskill/reskill สนับสนุนวัฒนธรรม “ทำงานแบบเจ้าของ” เพื่อเสริมพลังคนรุ่นใหม่ให้ขับเคลื่อนองค์กร

เพื่อให้สอดคล้องกับขนาดธุรกิจที่ปรับลดลง โดยที่ผ่านมาบริษัทได้มีการทยอยปรับลดพนักงานลง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากตัวพนักงานเองด้วยที่ low performer ทำให้ปัจจุบันเหลือพนักงานประมาณ 1,500 คน จากช่วงพีกสุดมีพนักงานถึง 3,000 คน ซึ่งรายได้ในขณะนั้นสูงถึง 50,000 ล้านบาท

โมเดลธุรกิจใหม่ของพฤกษา ซึ่งต่อยอดจากอสังหาริมทรัพย์สู่ธุรกิจเฮลท์แคร์ สะท้อนวิสัยทัศน์การสร้างสมดุลรายได้ที่ชัดเจน แต่สำคัญอยู่ที่ว่าจะเดินไปสู่เป้าหมายได้สำเร็จหรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน