‘เอกนัฏ’ อำลาตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม ประกาศชัยชนะปราบทุนเทา หวังกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้ง ส่งไม้ต่อคนใหม่ทำงานเป็นทีม กล้าเผชิญปัญหา ซื่อสัตย์สุจริต
วันที่ 12 ก.ย.2568 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวในโอกาสอำลาตำแหน่ง ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ว่าวันนี้คือวันที่ผมทำงานวันสุดท้าย (12 ก.ย.2568) หลังเข้ามาตำรงตำแหน่งวันแรก (11 ก.ย. 2567) นับเป็นเวลา 1 ปีเต็ม ซึ่งที่ผ่านมาผมหมกมุ่นกับการทำงานมาตลอด ถือว่าเป็นความสำเร็จเป็นชัยชนะ ทำให้อุตสาหกรรมมีสภาพดีขึ้น
วันนี้เป็นวันสุดท้าย ผมให้คะแนนการทำงานของทีมและข้าราชการเต็ม ซึ่งให้เกินถึง 101 คะแนนเลย เพราะที่ทำงานทั้งหมดมันเกินความคาดหมาย ทั้งปราบทุนเทาที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ปราบของด้อยคุณภาพ ทำให้เหลือผู้ประกอบการที่ดี มีมาตรฐาน สังคมและประชาชนที่ติดตามการทำงานเห็นสิ่งที่เราทำ
“ที่ผ่านมาเป็นบรรยายกาศที่ดีทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค ดีใจที่ครั้งนึงได้ดำเนินงานร่วมกัน และหวังว่าวันหนึ่งจะมีโอกาสได้ทำงานร่วมกันอีกครั้ง”

ดังนั้น จากนี้ไปกระทรวงอุตสาหกรรมต้องดำเนินการต่อไป ทุกอย่างที่ถูกเปิดโปงขึ้น ไม่ว่าใครมาทำหน้าที่ต่อจะละเลยเรื่องนี้ไม่ได้ หลายงานต้องทำต่อและเชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีคนใหม่จะสานต่อ ขณะที่ชุดสุดซอยจะแปลงสภาพเป็นคณะสุดซอย ทำงานกับหน่วยงานอื่นๆ ต่อตามภารกิจในบริบทที่อยู่ในสภา
ส่วนคดีของบริษัท ซินเคอหยวน สตีล จำกัด ล่าสุดผมโดนฟ้องหมิ่นประมาทเรื่องอยู่ที่ศาลระยอง และทางซินเคอหยวนยังเรียกร้องค่าเสียหายจากรัฐจากการถูกปิดโรงงาน 2,700 ล้านบาท เรื่องนี้มันก็ทำให้รู้ว่าอะไรที่ไม่ถูกต้อง อะไรที่ทำผิดไว้ถูกปิดไปแล้ว ก็ต้องมีเหตุผล เราเห็นความผิดปกติทำด้วยเหตุด้วยผล ไม่ได้ทำด้วยพละการ ต้องดูตามกติกาว่าเจ้าหน้าที่ปิดเพราะอะไร ทำให้ตรงไปตรงมา ดังนั้นผมยังมีเสียงในสภาความถูกต้องมันต้องกลับมา
“ที่ผ่านมาวางรากฐานไว้แล้ว ทำให้เกิดการรับรู้ แม้ว่าผมไม่มีตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ยังเป็นตำแหน่งในสภา จะผลักดัน พ.ร.บ.จัดการกากอุตสาหกรรม ต่อไปล้านเปอร์เซ็น จะไม่หยุดแน่นอน เช่นเดียวกับ พ.ร.บ.โรงงาน ที่ผมมาในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญ เพื่อปฎิรูปอุตสาหกรรม ตรวจสอบโปร่งใส ปิดให้เร็วสำหรับคนที่ทำผิด เปิดให้ไวเพื่อกระตุ้นการลงทุนและการผลิต”
อย่างไรก็ตาม ผมขอฝาก รมว.อุตสาหกรรม คนใหม่ ผลักดันอุตสาหกรรม ดึงการลงทุน พัฒนาผู้ประกอบการ คือ 1.ต้องมีวิสัยทัศน์ทิศทางที่ชัดเจน 2.การทำงานเป็นทีม สร้างบรรยากาศและแรงบันดาลใจในการทำงาน 3.ต้องกล้าเผชิญรับและแก้ปัญหาโดยเฉพาะปัญหาใหญ่ๆ 4.ต้องนำทีมพาไปสู่เส้นชัยต้องทำงานให้จบ 5.ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต