“ดุสิตธานี” ชี้ปี 69 พลิกกำไร “ชนินทร์” ควบซีอีโอแทน “ศุภจี” ขึ้น ว่าที่รมว.พาณิชย์ มั่นใจปัญหาขัดแย้งในบริษัทจบลงด้วยดี

วันที่ 12 ก.ย. 2568 นายชนินทร์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดุสิตธานี จํากัด (มหาชน) หรือ DUSIT เปิดเผยในงานแถลงทิศทางการบริหารงานของ กลุ่มดุสิตธานี จากความสำเร็จในปัจจุบัน สู่การสร้างสรรค์บทใหม่ ร่วมกับ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DUSIT และว่าที่รมว.พาณิชย์ โดยได้กล่าวแสดงความยินดีกับ ว่าที่รมว.คนใหม่ สำหรับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในดุสิตธานีที่ผ่านมารับรองว่าในหลักการแล้วจะสามารถจบลงได้ด้วยดี

ส่วนภาพรวมธุรกิจของบริษัท ซึ่งงดจ่ายเงินปันผลมาตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทอยู่ในภาวะขาดทุนสะสมกว่า 1,000 ล้านบาท แต่บริษัทมีจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยในปีนี้จะเริ่มมีการรับรู้รายไต้บางส่วนจากการขายโครงการดุสิต เรสซิเดนเซส มูลค่ากว่า 17,000 ล้านบาท ที่ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 94% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 16,000 ล้านบาท พร้อมก้บจะสามารถล้างขาดทุนสะสมและพลิกกลับมาเป็นกำไรในปี 2569 จากการทยอยรับรู้รายได้จากการโอนโครงการดุสิต เรสซิเดนเซส อย่างมีนัยสำคัญในปี 2569 ทั้งนี้หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเข้ามากระทบ

รวมถึงภาระหนี้ของบริษัทที่กู้จากธนาคารเพื่อพัฒนาโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค วงเงิน 5,000 ล้านบาท ก็จะทยอยคืนได้เกือบหมดในปีหน้าด้วย ทำให้ภาระทุนดอกเบี้ยลดลงด้วยเช่นกัน

พร้อมกล่าวว่า ดุสิตธานีรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่นางศุภจีได้รับโอกาสอันสำคัญนี้ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ โดยบริษัทขอขอบคุณคุณศุภจี สำหรับความทุ่มเท ความเป็นผู้นำ และวิสัยทัศน์ที่ได้หล่อหลอมองค์กรตลอดที่ผ่านมา จนภารกิจในการวางรากฐานให้กลุ่มดุสิตธานีพร้อมที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สามารถสำเร็จลุล่วงด้วยดี

ในขณะที่ภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศในช่วงเวลานี้ต้องการผู้ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อน ซึ่งนับเป็นเรื่องเร่งด่วน ภายใต้เงื่อนเวลาที่จำกัด กลุ่มดุสิตธานีจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่คุณศุภจีจะได้ใช้ความรู้ความสามารถทำงานรับใช้ชาติและประชาชน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสั้นๆ และหากภารกิจของชาติเสร็จสิ้นเป็นเรียบร้อย กลุ่มดุสิตธานีก็พร้อมจะต้อนรับคุณศุภจีกลับมาเสมอ

ขณะเดียวกันเพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท วันที่ 12 ก.ย. 2568 ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นายชนินทธ์ โทณวณิก รักษาการประธานกรรมการ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ควบอีกหนึ่งตำแหน่ง เพื่อให้การบริหารจัดการและนโยบายต่าง ๆ ในระยะเปลี่ยนผ่าน สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม DUSITกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดุสิตธานี รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแบรนด์ไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก และสามารถทำให้ “ดุสิตธานี” เป็นหมุดหมายที่สำคัญของประเทศไทยจากนักเดินทางทั่วทุกมุมโลก

พร้อมกันนี้ ยังได้ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงาน ทั้งผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท ผู้บริหาร พนักงาน ลูกค้า และคู่ค้าของดุสิตธานี ที่ร่วมแรงร่วมใจฝ่าฟันวิกฤติรวมทั้งปัจจัยท้าทายจนทำให้แบรนด์ “ดุสิตธานี” เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง สง่างาม และน่าภาคภูมิใจ

สำหรับการดำเนินงานของกลุ่มดุสิตธานีหลังจากนี้ จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากแผนงานเดิมที่ได้ถูกวางรากฐานไว้อย่างมั่นคงตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม ธุรกิจการศึกษา ธุรกิจอาหาร และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

รวมถึงโครงการ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” มูลค่ากว่า 46,000 ล้านบาท ที่จะเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งตามเป้าหมายเดิมที่วางไว้ ด้วยทีมบุคลากรที่มีคุณภาพของกลุ่มดุสิตธานีที่ยังคงทุ่มเททำงานอย่างเต็มกำลังเหมือนที่ผ่านมา ดังนั้น ขอให้ผู้ลงทุน ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง มั่นใจและเชื่อมั่นในสิ่งที่ดุสิตธานี ดำเนินการมาโดยตลอด

“อยากให้ทุกคนมั่นใจว่า สิ่งที่ถูกส่งต่อและวางไว้บนมือของผู้บริหารและพนักงานของกลุ่มดุสิตธานีหลังจากนี้ คือ การเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของดุสิตธานี บนรากฐานที่มั่นคง ที่ดิฉันและทีมดุสิตธานีทุกคนร่วมกันสร้างไว้ และนี่คือ สิ่งที่เราพยายามทำมาตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา นั่นคือ ไม่ว่าจะเผชิญกับปัจจัยท้าทาย หรือความเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ยังเชื่อมั่นได้ว่า ทั้งโครงสร้างองค์กร โครงสร้างธุรกิจ และโครงสร้างทางการเงินของกลุ่มดุสิตธานี จะรองรับกับทุกความเปลี่ยนแปลงนั้นได้เป็นอย่างมั่นคง”

นางศุภจี ยังได้กล่าวทิ้งท้ายโดยขอบคุณนายชนินทธ์ โทณวณิก รักษาการประธานกรรมการ ที่ให้โอกาสและมอบหมายให้ทำภารกิจสำคัญจนลุล่วง รวมถึงยินดีและเต็มใจที่ให้ตนได้มีโอกาสใช้ความรู้ความสามารถในการรับใช้ประเทศชาติและประชาชน โดยเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ดุสิตธานีจะสามารถยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งในฐานะแบรนด์ไทยในระดับโลกได้อย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน