ผู้โดยสารอ่วม จ่ายเพิ่มคนละ 100 บ. AOT-ทย. จ่อขึ้นค่าบริการสนามบิน ต.ค.นี้

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือ กพท. เปิดเผยว่า กพท.เตรียมเสนอแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมกำกับการบินพลเรือน ต่อคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) นอกจากค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บตามกฏหมายว่าด้วยการเดินอากาศแล้ว กพท.ยังมีอำนาจในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมกำกับการบินพลเรือน 4 กลุ่มด้วยกันคือ1.ค่าธรรมเนียมการทําการบินที่เรียกเก็บจากผู้ดําเนินการเดินอากาศที่ทําการบินขึ้นลงณ สนามบินสาธารณะใดๆ ในประเทศ ตามอัตราที่สํานักงานกําหนด 2. ค่าธรรมเนียมการเข้าหรือออกนอกประเทศที่เรียกเก็บจากผู้ดําเนินการเดินอากาศโดยคํานวณจากผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามายังหรือออกไปจากประเทศ ตามอัตราที่สํานักงานประกาศกําหนด

3.ค่าธรรมเนียมการขนส่งสินค้าทางอากาศที่เรียกเก็บจากผู้ดําเนินการเดินอากาศที่รับขนสินค้าทางอากาศจากสนามบินสาธารณะใดๆ ในประเทศ โดยคํานวณจากราคาค่าส่งที่ระบุในใบตราส่งสินค้า
ทางอากาศตามอัตราที่สํานักงานประกาศกําหนด และ4.ค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่เรียกเก็บจากผู้ให้บริการหรือผู้จําหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน ณ จุดให้บริการใดๆ ในประเทศ ตามอัตราร้อยละต่อลิตรที่สํานักงานประกาศกําหนดอัตราที่กําหนดตามวรรคหนึ่ง เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการบินพลเรือนแล้วให้ใช้บังคับได้

พลอากาศเอก มนัท กล่าวว่าที่ผ่านมา กพท.มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมค่าธรรมเนียมการเข้าหรือออกนอกประเทศที่เรียกเก็บจากผู้ดําเนินการเดินอากาศโดยคํานวณจากผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามายังหรือออกไปจากประเทศในอัตราที่ต่ำกว่าต้นทุน โดยจัดเก็บค่าธรรมเนียมที่ 15 บาท/คน ในขณะที่ต้นทุนอยู่ที่ 23 บาท/คน จึงทำให้ต้องปรับอัตราค่าธรรมเนียมที่สะท้อนต้นทุน (Cost Recovery )เพิ่มเป็น 25 บาท/คน เพื่อให้เป็นไปตามต้นทุนเนื่องจากอัตราปัจจุบันจัดเก็บมากว่า 10 ปี

นอกจากนี้ จะนำข้อเสนอในการขอปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charges: PSC) หรือค่าธรรมเนียมสนามบิน ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ( AOT) หรือ ทอท และกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เสนอให้ บอร์ด กบร.พิจารณาด้วย โดยเบื้องต้น ทอท.จะขอปรับขึ้นค่า PSC ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ จาก 730 บาท/คน เป็น 830 บาท/คน ส่วน ทย. จะขอปรับขึ้นค่า PSC จากผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ จาก 130 บาท/คน เป็น 230 บาท/คน ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ภายในเดือนตุลาคม ปี 2568 นี้

พลอากาศเอก มนัท กล่าวว่า อย่างไรก็ตามปัจจุบัน ค่า PSC ของไทยต่ำกว่าประเทศอื่นมาก และไม่ได้ปรับขึ้นนานแล้ว อย่างสิงคโปร์เก็บที่ 1,400 บาท สูงกว่าไทยเท่าตัว ส่งผลกระทบต่อรายได้ที่จะนำมาใช้พัฒนาความสะดวกสบายและความปลอดภัยของสนามบิน จึงต้องปรับขึ้น เพื่อให้สะท้อนต้นทุนจริง ใกล้เคียงกับประเทศอื่น และนำรายได้ไปพัฒนาการให้บริการในสนาม ยกระดับมาตรฐานการบริการและความปลอดภัย

“ยิ่งผู้โดยสารเยอะ เงินเราก็จะลดลงเรื่อย ค่าธรรมเนียมที่ กพท.ดำเนินการเอง ค่า PSC กพท.มี 4 เรื่องที่เราจะต้องเก็บ แต่ปัจจุบันเราเก็บค่าธรรมเนียมอยู่เรื่องเดียว ซึ่งเก็บก็ต่ำกว่าต้นทุนที่ดำเนินการอยู่ เงินก็ลดลงไปเรื่อยๆ ในแต่ละปีมีรายได้ราว 1,200ล้านบาท ต่อปี ซึ่งกพท.เก็บเฉพาะระหว่างประเทศ เข้าและออก การขึ้นค่าธรรมเนียมนี้เราจะเอามาปรับปรุงด้านเทคนิคเรื่องความปลอดภัย ซึ่งก็มีต้นทุน ที่ต้องดำเนินการ เป็นรายได้ที่กพท.ดำเนินการเอง แนวโน้มรายได้ลดลงเรื่อยๆ อย่างน้อยทำให้เพื่อเราอยู่ได้ ค่าแลนดดิ้ง เรายังไม่ได้เก็บ ไม่อยากไปผลักภาระให้กับผู้โดยสาร ทุกประเทศเก็บในประเทศไม่ได้เก็บ เก็บแค่ต่างประเทศ” พลอากาศเอก มนัท กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน